ชาวบ้านใช้แค่ท่อพีวีซี-ขวดน้ำ ไปฝังไว้ริมคันนา 1 คืน ผลที่ได้น่าทึ่งสุดๆ (คลิป)

เป็นอีกภูมิปัญญาชาวบ้านในการดักปลาด้วยการใช้สิ่งของง่ายๆที่มีอยู่ในบ้าน โดยใช้ท่อพีวีซียาวประมาณ 1 ศอก ก่อนตัดขวดน้ำพลาสติกแบ่งครึ่งและตัดเป็นริ้ว จากนั้นยัดขวดน้ำพลาสติกใส่ไปในท่อพีวีซี ส่วนปลายท่ออีกฝั่งนำถุงพลาสติกมาปิดไว้

ต่อมานำท่อพีวีซีที่เตรียมไว้ไปฝังไว้ริมคันนา 1 คืน ก่อนมาเก็บพบได้ปลาจำนวนมาก ใครอยากลองนำไปใช้ดูก็ได้

ที่มา:ข่าวสด

ทำบุญรับวาเลนไทน์ “ณเดชน์” ร่วมพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ถวายพระพุทธไสยาสน์เมตตา

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่วัดป่ากิตติญานุสรณ์ บ้านสงเปือย ต.สงเปือย อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ชาวขอนแก่นนับพันคนร่วมกันประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุถวายแด่พระพุทธไสยาสน์เมตตา องค์ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความยาว 45 เมตร หลังชาวบ้านร่วมกันทำบุญก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมทั้งมีการแห่ผ้าป่าสามัคคี เข้าวัด และร่วมต่อยอดผ้าป่าโดยมี ณเดชน์ คูกิมิยะ ดารานักแสดงชื่อดังชาวจังหวัดขอนแก่น ร่วมทำบุญด้วย เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลวันมาฆบูชาและวันแห่งความรักซึ่งวัดป่ากิตติญานุสรณ์แห่งนี้ เริ่มสร้างก่อตั้งเป็นวัดเมื่อปี 2558 โดยชาวบ้านในพื้นที่ อ.ภูเวียง และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกันถวายปัจจัยทำบุญสร้างเสร็จทั้งเมื่อเมื่อไม่กี่วันมานี้ วันนี้จึงได้ประกอบพิธี ทางศาสนาเสริมความเป็นสิริมงคล เพื่อให้อำนาจบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปกปักรักษา และคุ้มครองทุกคนในพื้นที่ อ.ภูเวียง และจ.ขอนแก่น ให้เกิดแต่สิ่งดีๆรับวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ นอกจากนี้ ผู้ที่มาทำบุญยังได้ร่วมกันประมูลเสื้อและรูปภาพของทางวัดที่ณเดชน์เป็นคนเปิดประมูลแลกกับการถ่ายภาพคู่อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเงินทั้งหมดถวายให้กับทางวัดเป็นการร่วมทำบุญอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

นักเขียนการ์ตูน อาลัย หมู นินจา เผยภาพสุดท้ายขายหัวเราะฉบับพิเศษ”รอยยิ้มของพระราชา”

จากกรณี นายธรรรักษ์ แสงสุวรรณ อดีตนักเขียนการ์ตูน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “มะเดี่ยวศรีหลานยายปริก” ถึงอาการป่วยของนายสุชาติ พรหมรุ่งโรจน์ หรือหมู นินจา นักเขียนการ์ตูนในสังกัดสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ว่ามีอาการเบาหวานขึ้นตา แทบมองไม่เห็น และมีอาการปอดติดเชื้อ และมีการแจ้งข่าว เมื่อวันที่ 10 ก.พ. หมู นินจา ได้เสียชีวิตอย่างสงบ โดยคนวงการการ์ตูน ได้ร่วมกันไว้อาลัย ให้กับหมูนินจา โดยการเขียนภาพเพื่อไว้อาลัยทั้งนี้ พบว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Sakkadeth Ninlapun ได้เผยแพร่เรื่องราวลงในกลุ่ม Cartoon Party รวมพลคนรักการ์ตูนเก่า ว่า [รู้เหมือไร่?] เดิมทีก่อนหน้านี้พี่หมูได้ตัดสินใจหยุดวาดหลังมีปัญหาสุขภาพมาซักระยะนึงแล้ว แต่ภายหลังที่เกิดเหตุการณ์ในหลวง ร.9 ทรงเสด็จสวรรคตลงในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ทางบรรณลือสาส์นได้มีแผนจัดทำหนังสือขายหัวเราะฉบับพิเศษ “รอยยิ้มของพระราชา” ซึ่งโปรเจคพิเศษฉบับนี้พี่หมูได้กลับมาจับปากกาวาดรูปเพื่อในหลวงอีกครั้ง และนั่นก็คือภาพนี้… หลับให้สบายนะครับพี่หมู T^T” 

ที่มา>>>ข่าวสด

เมียหนีออกจากบ้าน หนุ่มตามง้อจัดปาร์ตี้ยาบ้าให้เสพหวังเอาใจ สุดท้ายเจอตร.รวบยกแก๊ง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี และตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายศิริวัฒน์ หรือป๊อกเด้ง สุมารินทร์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 บ้านโนนม่วงหวาน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ดพ.ต.ท.สุรชิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยสุวรรณ เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน ตำรวจนำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมทั้งนายศิริวัฒน์ และน.ส.มิ้ว นามสมมติ อายุ 19 ปี แฟนสาวกำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากันจึงได้ทำการจับกุม พบยาบ้า 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติก ใต้ที่นอน ซึ่งนายศิริวัฒน์รับว่าเป็นของตนเอง จึงนำตัวนายศิริวัฒน์ไปขยายผล แล้วตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านในต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ดจากการสอบสวน นายศิริวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้โดนจำคุกในคดียาบ้าที่ เรือนจำกลางอุดรธานี 2 ปี 6 เดือน เพิ่งโทษออกมาได้ 4 เดือน แล้วก็กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้า จากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด ประมาณ 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท ตามหลักกม.ในอ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยไปรับยาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง แล้วนำไปให้เครือข่ายไปจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ จ.สกลนคร และจ.อุดรธานี ราคาเม็ดละ 150 บาท โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง

นายศิริวัฒน์ ให้การต่อว่า ต่อมาแม่ของน.ส.มิ้วที่อยู่จ.สกลนคร มารับยาบ้าจากตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าจำนวน 40,000 บาท จึงยกน.ส.มิ้ว ลูกสาวให้เป็นเมีย โดยอยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน

ต่อมาน.ส.มิ้วหนีออกจากบ้าน โดยบ่นว่าตนแก่ ภายหลังตนมารู้ว่าน.ส.มิ้วมาเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงมาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกันต่อ ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้าให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ สุมารินทร์ ว่ามียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดี ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ตรวจปัสสาวะปรากฏว่าเป็นสีม่วง โดยสมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช.ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สสจ.ร้อยเอ็ดแนะ38ผู้ป่วยเอดส์อยู่ในป่าช้าใช้สิทธิ์30บาทรักษา เตรียมส่งจนท.ดูแล-เยี่ยม

หลังมีเรื่องราวอีกมุมชีวิตหนึ่งของผู้ติดเชื้อเอดส์ รวมตัวกันมาพักฟื้นและใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายกันในป่าช้า ท่ามกลางกองยางรถยนตร์เก่าๆที่เตรียมไว้เผาศพตัวเองและศพเพื่อนที่ล้มหายตายจากกันไปทุกวัน ภายในป่าช้า วัดป่าศรีมงคล (โคกร้าง ศูนย์เอดส์) ต.สวนจิก อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด โดยระบุรายละเอียดว่า ความตายของคนที่นี่ (ศูนย์เอดส์ร้อยเอ็ด) ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดามากครับ เพราะพวกเขาต้องดำรงชีวิตอยู่ในป่าช้า ท่ามกลางกองยางรถยนตร์เก่าๆที่เตรียมไว้เผาศพตัวเองและยังต้องช่วยกันเผาศพเพื่อนๆ ที่ต้องล้มหายตากจากกันไปทีละคนสองคนอีกด้วย…?? โดยต้องการความช่วยเหลือรับบริจาคอาหาร สิ่งของจำเป็น เงิน รวมไปถึงยาสำหรับผู้ติดเชื้อเอสด์ล่าสุดนพ.ปิติ ทั้งไพศาล สสจ.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามปกติแล้วผู้ป่วยเอสด์สามารถเข้ารับการรักษาและใช้สิทธิ 30 บาทจากโรงพยาบาลในสิทธิของตนเองได้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าได้ขึ้นทะเบียนใช้สิทธิถือไว้ที่โรงพยาบาลใด ซึ่งผู้ติดเชื้อเอสด์จะสามารถใช้สิทธิได้เต็ม 100 % ในการรักษาพยาบาล สามารถเบิกค่ายาค่ารักษาได้อย่างเต็มที่ ขอเพียงไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาลที่มีชื่อขึ้นทะเบียนอยู่ เนื่องจากการผู้ป่วยเอดส์นั้นจำเป็นที่จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยไปรวมตัวกันอยู่ที่วัดป่าศรีมงคลนั้น ตนมองว่าเป็นความสมัครใจของตัวผู้ป่วยเอง ทางอสม.จะเข้าไปให้การดูแลได้ หากอยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จะมีการตรวจเยี่ยมตามปกติ ทั้งนี้ขอให้ผู้ป่วยเอสด์ตรวจเช็กสิทธิ 30 บาทของตัวเองว่าได้ขึ้นทะเบียนไว้ที่ไหน แล้วไปพบแพทย์โรงพยาบาลนั้นๆอย่างสม่ำเสมอจะได้รับการดูแลรักษาอย่างเต็ที่จากทางโรงยาบาลแน่นอน

ที่มา>>>ข่าวสด

ศรัทธาล้น! นับหมื่นแห่บูชา “พระธาตุพนม” ครม.เตรียมผลักดันเป็นมรดกโลก!

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อม พล.ต.สนธยา ศรีเจริญ รองแม่ทัพภาค 2 ร่วมเป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากริมแม่น้ำโขง เคลื่อนขบวนแห่เครื่องสักการะและกองบุญผ่านจากถนนกุศลรัษฎากรเพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วิหารหอพระแก้ว ภายในวัดพระธาตุพนม โดยมีพุทธศาสนิกชนไทย-ลาว กว่าหมื่นคน ร่วมในพิธีศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว

โดยพิธีสำคัญนี้ ชาวพุทธศาสนิกชนชาวพุทธเชื่อตามตำนานว่าพระอุปคุต ซึ่งเป็นพระอรหันต์ฤทธิ์มาช่วยคุ้มครองปกปักรักษา เพื่อให้งานบุญเดือน 3 ประเพณียิ่งใหญ่ของชาวพุทธในช่วงตลอด 9 วัน 9 คืน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-12 ก.พ. สำเร็จลุล่วงปราศจากภยันตรายใดๆ โดยระหว่างที่ขบวนแห่เคลื่อนผ่านระยะทางประมาณ 900 เมตร ประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างนุ่งขาวห่มขาว ได้โปรยดอกไม้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ส่งกลิ่นหอมตลบตลอดเส้นทาง

องค์พระธาตุพนม ถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองไทยศักดิ์สิทธิ์มายาวนานกว่า 2,500 ปี ตามตำนานกล่าวว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ.8 ภายในมีการบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกขององค์พระสมเด็จสัมมาสัมพระพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็น พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และคนที่เกิดปีวอก ชาวพุทธในภาคอีสานของประเทศไทยและลาว เชื่อว่าหากใครมีโอกาสเดินทางไปกราบไหว้ถวายเครื่องสักการะบูชาหน้าองค์พระธาตุด้วยตนเองแล้ว จิตใจจะสงบเยือกเย็นอย่างน่าอัศจรรย์ เชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ววิญญาณจะได้ไปสู่สรวงสวรรค์องค์พระธาตุพนม ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์สองฝั่งแม่น้ำโขงแห่งนี้ เชื่อกันว่าเมื่อครั้งองค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ได้เสด็จมาประทับแรมอยู่หนึ่งราตรีด้วย ทำให้ทุกปีในวันงานจะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศจากไทย-ลาว เดินทางมาร่วมพิธีนับแสนคนในช่วงตอด 9 วัน 9 คืน ซึ่งถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีการนำพระธาตุพนมเสนอขึ้นเป็นมรดกโลกต่อองค์การยูเนสโกเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนพิจารณา

ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การนำพระธาตุพนมเข้าสู่มรดกโลก มีขึ้นหลังครม.มีมติที่จะขับเคลื่อนพระธาตุพนมเข้าสู่มรดกโลก ขณะนี้จังหวัดได้มีการเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ไว้ 6 ด้าน คือในเรื่องของการกำหนดขอบเขตให้มีความชัดเจนว่าจะใช้พื้นที่ดังกล่าวมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะมี 2 ส่วน คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์พระธาตุพนม และในส่วนของภูมิทัศน์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่แม่น้ำโขงขึ้นมาจนถึงลานพระธาตุพนม และองค์พระธาตุพนม

“ด้านต่อมาจะเป็นด้านสนับสนุนทางวิชาการพระธาตุพนมเข้าสู่มรดกโลก มี 2 ส่วนสำคัญ คือส่วนของโบราณสถานที่เป็นความเก่าแก่ จะมีการขุดค้นเพื่อหาข้อมูลมาอธิบายประกอบถึงความเป็นมาที่กล่าวอ้างว่ามีการก่อสร้างมากว่า 2,000 ปี และส่วนของศาสนสถาน ที่เป็นเรื่องของความเชื่อของพี่น้องในถิ่นนี้ทั้งชาวไทย ชาวลาว ชาวกัมพูชา ที่ให้ความเชื่อถือและปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้” นายไพฑูรย์ กล่าว

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ระบุด้วยว่า ขั้นตอนการนำเสนอ โดยจะเริ่มตั้งแต่การเริ่มก่อสร้างองค์พระธาตุพนมที่มีหลายชนชาติมาร่วมกันก่อสร้าง ประเพณีการกราบไหว้สักการะบูชา เช่น งานไหว้พระธาตุพนมในเดือน 3 ซึ่งทุกๆ ปีจะมีคนมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก หรือถ้ามาไม่ได้ก็จะมีการฝากธูปเทียนให้ลูกหลานมาสักการะแทน โดยจะมีการหาข้อมูลเชิงวิชาการมาสนับสนุนในส่วนนี้ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ชายจีนโดนเสือขย้ำตาย ที่แท้ไม่มีเงินซื้อตั๋วเลยปีนกำแพงสวนสัตว์ แต่ดันไปลงในกรงเสือ

จากกรณีที่ CGTN ของจีนรายงานเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ชายหนุ่มถูกเสือขย้ำจนเสียชีวิตในสวนสัตว์เปิดหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง โดยพยานระบุว่านักท่องเที่ยวชายรายนี้ปีนเข้าไปในกรง หยอกล้อเสือโคร่ง ก่อนถูกเสือโคร่งลากไปขย้ำที่ใต้ต้นไม้ เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์พยายามจุดประทัดและใช้น้ำฉีดใส่ฝูงเสือโคร่งจนถอยห่างจากเหยื่อ ก่อนเข้าไปนำร่างผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเสือโคร่งถูกยิงตายหลังจากนั้น ส่วนชายผู้บาดเจ็บ ซึ่งรักษาในโรงพยาบาลนั้น มีรายงานว่าเสียชีวิตมาเวลาต่อมา

ล่าสุดเพจ อ้ายจง รายงานว่า สาเหตุที่แท้จริงคือ “ผู้เสียชีวิตแอบปีนกำแพงสูง 3 เมตร เข้าไปในสวนสัตว์ เพราะไม่ได้ซื้อตั๋ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะกระโดดลงมาเจอโซนเสือ”

 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ชายจีนแซ่จางถูกเสือในสวนสัตว์หย่าเกอเอ่อ เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง จนเสียชีวิต ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า “นายจางมาเที่ยวสวนสัตว์กับครอบครัวและเพื่อน ซึ่งครอบครัวของนายจางได้ซื้อตั๋วเข้าสวนสัตว์อย่างถูกต้อง แต่นายจางและเพื่อน ไม่ได้ซื้อตั๋วและแอบปีนกำแพงสวนสัตว์ที่สูงกว่า 3 เมตร เพื่อเข้าไปในสวนสัตว์ แต่นายจางได้ปีนเข้ามาก่อน ไม่คาดคิดว่าจะเข้าไปเจอในโซนเสือ ..นายจางจึงถูกเสือกัดจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้ยิงเสือตัวนั้นจนตายเช่นกัน ขณะที่ช่วยเหลือนายจาง”

ชาวเน็ตจีนต่างให้ความสนใจข่าวนี้จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แม้ว่าจะรู้สึกสลดใจที่เห็นข่าวเพื่อนมนุษย์เสียชีวิต แต่ก็บอกว่า เป็นความประมาทของผู้เสียชีวิตเอง โดยชาวเน็ตจำนวนไม่น้อย กล่าวว่า สงสารเสือ ต้องมาตายเพราะมนุษย์ที่ทำผิดกฏไร้วินัย

ที่มา>>>ข่าวสด

“ริว จิตสัมผัส” ถึงกับตะลึงภาพลี้ลับ! ถ่ายเองที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนด

วันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ริว จิตสัมผัส พิธีกรชื่อดัง โพสต์ภาพในอินสตาแกรมส่วนตัว หลังเดินทางไปที่คำชะโนด ดินแดนพญานาค อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อสักการะพญาศรีสุทโธ โดยริว ถ่ายรูปจากบริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เห็นเป็นลำแสงสีทองอยู่เหนือบ่อน้ำ โดยชาวเน็ตต่างสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา เพราะตามตำนานระบุว่า บ่อน้ำแห่งนี้เป็นทางขึ้นลงของพญานาค เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างโลกบาดาลกับโลกมนุษย์ทั้งนี้ ป่าคำชะโนดหรือเกาะคำชะโนด เป็นป่าที่มีลักษณะเหมือนเกาะ เต็มไปด้วยต้นชะโนด ตามตำนานและความเชื่อของชาวบ้านเชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพญาศรีสุทโธ แต่ละวันมีคนเดินทางมาสักการะพญานาคราชจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวๆแทบอยากย้ายอำเภอเมื่อเจอปลัดหน้าใสเบอร์นี้ แชร์สนั่น #ปลัดหล่อบอกด้วย(ภาพชุด)

กลายเป็นภาพที่แชร์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก โดยเฉพาะสาวๆ เมื่อปรากฏภาพปลัดหน้าใสขึ้นมาในโซเชียล โดยเริ่มจาก ท่านปลัดเข้าไปคอมเม้นท์ในเพจดัง Drama-addict เรื่อง การบริจาคอวัยวะร่างกายให้กับผู้ป่วย ว่า ไม่ต้องส่งเอกสารทาง ปณ. แค่ไปที่อำเภอ ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าจะบริจาคอวัยวะได้เลย จนกลายเป็นที่มาของการแชร์ภาพกันกระหึ่มเน็ตในตอนนี้  โดยพบว่า ปลัดอำเภอนายนี้ คือ ปลัดณัฐกร ชุ่มอินทรจักร์ หรือ บูม ซึ่งเพิ่งดำรงปลัดอำเภอขุนตาล จ.เชียงราย เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมานี้เอง

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝรั่งวัย 91 ปีเดินเล่นริมหาดจอมเทียน โดนกิ่งต้นหูกวางหล่นใส่หัวเสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 22 ม.ค. ร.ต.ท.ขวัญข้าว อินาวัง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติถูกกิ่งไม้ตกใส่เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดที่ชายหาดจอมเทียน บริเวณหน้าโรงแรมจอมเทียนการ์เด้นท์รีสอร์ท ปากซอย 8 ถนนเลียบชายหาดจอมเทียน หลังรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาที่เกิดเหตุพบประชาชนและนักท่องเที่ยวในละแวกดังกล่าวต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก บริเวณทางเดินเท้าริมชายหาดจอมเทียนพบศพนายจีอาโคโม สเมดดิลี อายุ 91 ปี ชาวอิตาลี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในใต้ต้นหูกวาง สภาพศีรษะแตกเลือดไหลนองพื้น ใกล้กันพบกิ่งหูกวางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 ซม.ยาว 3 เมตร จำนวน 2 ท่อน ตกอยู่ที่พื้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง เพราะเกรงว่าจะถูกกิ่งไม้ตกลงมาใส่จนได้รับอันตรายอีกสอบปากคำ น.ส.สาย สีละเลิน อายุ 49 ปี แฟนสาวชาว จ.ศรีสะเกษ ซึ่งยืนอยู่ในสภาพยังมีอาการตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังตั้งสติได้จึงให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับสามีกำลังเดินกลับห้องพักที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก โดยในระหว่างเดินเล่นกินลมชมวิวอยู่ที่ชายหาดจอมเทียนอยู่นั้น จู่ๆ กิ่งไม้ของต้นหูกวางขนาดใหญ่ได้ตกลงมาใส่ศีรษะสามีโดยไม่ทันตั้งตัว จนสามีล้มลงมาทับร่างตน แต่ตนก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เมื่อหันไปดูสามีปรากฏว่าที่ศีรษะมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก พอหน่วยกู้ภัยมาถึงจึงทราบว่าสามีเสียชีวิตแล้วด้านผู้ประกอบการร่มเตียง (ไม่ขอเผยชื่อ) ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ปกติจะมีพนักงานเมืองพัทยามาตัดกิ่งไม้อยู่เป็นประจำ แต่กิ่งต้นหูกวางที่หล่นมาใส่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตนเห็นว่ามีสภาพผุกร่อนมานานหลายวันแล้ว และก่อนเกิดเหตุก็ไม่ได้มีลมพัดแต่อย่างใด โดยในขณะผู้ตายกับภรรยาเดินผ่านนั้น จู่ๆ กิ่งหูกวางดังกล่าวเกิดร่วงลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ตายจึงผลักร่างภรรยาให้ล้มลง จนตัวเองถูกท่อนไม้ช่วงที่มีปลายแหลมทิ่มใส่กลางศีรษะจนเสียชีวิตดังกล่าว

ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ก่อนแจ้งให้สถานทูตอิตาลีให้รับทราบ จากนั้นจะได้ประสานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ให้มาตรวจสอบกิ่งไม้ตลอดแนวชายหาดเพื่อทำการตัดแต่งกิ่งที่ผุพัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวกับนักท่องเที่ยวอีก

ที่มา>>>ข่าวสด