ไฟไหม้บ้าน! ยายพาตาป่วยอัมพฤกษ์หนีตาย ทรัพย์สิน-เสื้อผ้าโดนไฟเผาไม่เหลือสักชิ้น!!

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. นายทรงวุฒิ ปะทิรัมย์ นายกอบต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้บ้านของนายเดีย วงเวียน อายุ 63 ปีซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และนางสวัสดิ์ วงเวียน อายุ 64 ปีภรรยา ที่บ้านหนองทะลอก หมู่ 4 ต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบล รุดไปฉีดน้ำดับไฟ

เมื่อไปถึงพบไฟกำลังโหมลุกไหม้ชั้น 2 ของตัวบ้านที่สร้างด้วยไม้อย่างรุนแรง แล้วลุกลามไปไหม้บ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน โดยมีชาวบ้านช่วยกันนำภาชนะใส่น้ำมาช่วยดับไฟอย่างโกลาหล เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำดับไฟอยู่นานประมาณ 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ แต่ไฟเผาบ้านทั้ง 2 หลังเสียหายทั้งหมดนางสวัสดิ์ เล่านาทีไฟไหม้ว่า ก่อนเกิดเหตุตนและสามีอยู่ชั้นล่าง จู่ๆก็เกิดไฟไหม้บนชั้น 2 พยายามจะขึ้นไปดับไฟแต่ก็ไปไม่ไหวเพราะอายุมากแล้ว จึงรีบพาตาที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์หนีตายออกมาจากบ้าน แล้วตะโกนเรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟ แต่ก็ดับไม่ทันไฟไหม้บ้านเผาทรัพย์สินทั้งหมดไม่มีอะไรเหลือเลย รวมทั้งเงินสด 13,000 บาท ที่ซ่อนไว้ใต้ที่นอนซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้าย แม้กระทั่งผ้าไหมที่เก็บสะสมไว้เป็นสมบัติก็ถูกไหม้เสียหายด้วย อยากวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือเพราะตนกับสามีมีอาชีพทำนา ส่วนลูกหลานก็แยกย้ายไปมีครอบครัวหมดแล้วขณะที่นายกอบต.ลุมปุ๊ก กล่าวว่า จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เบื้องต้นอบต.ลุมปุ๊ก ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย พร้อมตั้งเต็นท์รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือทั้ง 2 ครอบครัวที่ประสบภัยดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีคณะครู อาจารย์ ชาวบ้านใกล้เคียงรวมถึงผู้มีจิตศรัทธานำเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น มาบริจาคช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์อีกครั้ง ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยตำรวจจะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยรอยแผลเฉี่ยวชน ต้นเหตุรถตู้พยาบาลไปรับผู้ป่วยไม่ทันจนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัสถี รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถกู้ชีพโรงพยาบาลบางบัวทองเฉี่ยวชนกับรถกระบะ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้โตโยต้า ทะเบียน กร-1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล สาคร อายุ 35 ปีเป็นคนขับ เฉี่ยวชนกับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ-6997 กทม. มีนายชัยวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เป็นคนขับ จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้ายสีถลอก ส่วนรถกระบะมีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงนำตัวคู่กรณีมาสอบสวนที่โรงพัก

นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพร.พ.บางบัวทอง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการพระนั่งเกล้าให้ไปรับผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกที่บ้านเลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรีบเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล ระหว่างทางตนได้เปิดสัญญาณไซเลนขอทางมาตลอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้พยายามขับรถเบี่ยงเข้าช่องทางด้านซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซอยวัดลาดปลาดุก“ปรากฏว่าท้ายรถไปเฉี่ยวกับรถกระบะคู่กรณี ผมจึงได้นำรถเข้าจอดด้านซ้าย ลงไปเจรจากับคู่กรณี ผมและพยาบาลบอกว่าขอไปรับคนป่วยก่อนได้ไหม ผมบอกให้คู่กรณีไปรอที่โรงพยาบาลบางบัวทอง แต่คู่กรณีไม่ยอม บอกให้ผมรอประกันก่อน เพราะคู่กรณีไม่อยากเสียประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไป”

นายณัชพลกล่าวว่า ตนจึงได้แจ้งไปที่ศูนย์สั่งการพระนั่งเกล้า เพื่อขอรถกู้ชีพคันใหม่ไปรับคนป่วย เนื่องจากตนไม่สามารถไปรับคนป่วยได้ ตนและพยาบาลได้พยายามขอร้องคู่กรณี เพื่อที่จะไปรับคนป่วย เนื่องจากตนเห็นว่ารถยนต์คู่กรณีได้รับความเสียหายเล็กน้อย มีเพียงสีขาวของรถตู้ติดที่กันชนเท่านั้น แต่คู่กรณีกลับไม่ยอม”ด้านนายชัยวัฒน์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ขณะขับรถยนต์มาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตุเห็นรถยนต์ตู้เปิดสัญญาณมา ก่อนที่รถยนต์ตู้จะขับปาดหน้าตน จนเกิดการเฉี่ยวชนกัน เมื่อลงมาเจรจา คนขับรถยนต์ตู้ได้บอกให้ตนไปรอที่โรงพยาบาล ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลอะไร และตนก็ไม่รู้ว่ารถยนต์ตู้คันดังกล่าวจะไปรับคนเจ็บ ตนจึงบอกให้คนขับรถยนต์ตู้รอประกันของตนมาก่อน เพราะตนไม่อยากจะเสียประประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไปหลังจากทั้งสองฝ่ายมาถึงโรงพักทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจาไกล่เกลี่ยจนคู่กรณีพอใจ จึงได้แจ้งข้อหาประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งทำการเปรียบเทียบปรับคนละ 400 บาท โดยนายชัยวัฒน์จะออกค่าปรับให้นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพร.พ.บางบัวทอง แต่นายณัชพลขอออกเอง ก่อนจะแยกย้ายกันไป

ต่อมาร.ต.ท.เอื้ออังกูร ชินโชติธีรนันธ์ รองสว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพนางชูศรี อ่อนสัมพันธ์ อายุ 74 ปี ที่เสียชีวิตเพราะเกิดอาการแน่นหน้าอก และตรวจสอบพบว่าญาติได้แจ้งรถกู้ชีพไปรับตัวแล้ว แต่ไม่ทัน นางชูศรีเสียชีวิตระหว่างรอ ซึ่งเมื่อทางญาติผู้เสียชีวิตทราบว่ารถกู้ชีพเกิดเฉี่ยวชนและคู่กรณีไม่ยอมเจรจา ทำให้ไปรับผู้ป่วยไม่ทันจนเสียชีวิต จึงโกรธมาก อยากจะเดินทางมาดูหน้าคนขับรถกระบะคู่กรณีที่ไม่ยอมให้รถกู้ชีพไปรับคนป่วย แต่ติดที่ต้องจัดเตรียมงานศพ

ที่มา>>>ข่าวสด

อย่างโหด! แชร์ว่อนสาวเถียงแม่ค้ากลางร้านเสื้อผ้าถึงขั้นจะคว้ามีดแทงกัน (คลิป)

โลกออนไลน์มีแชร์คลิปจาก เพจ เสียงประชาชนภูเก็ต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระหว่างแม่ค้า และลูกค้า ที่มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในร้าน จนสุดท้ายมีการชักมีดขึ้นมาขู่และจะเข้าแทงอีกฝ่าย ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

โดยมีการระบุว่า ” ผญ เขาไปซื้อเสื้อผ้า แล้วมันใส่ไม่ได้เลยเลือกไปเลือกมา แม่ค้าก็ทำหน้าไม่พอใจ พูดจาไม่ดีใส่พูดขึ้นมึงขึ้นกู น้องเขาเลยไม่ยอมก้อตามนั้นแหละคะ ต่างคนต่างไม่ยอม แม่ค้าเลยเอามีดขึ้นมาจะแทง ที่คอกับที่พุง(ตามคลิป ) แต่ น้องเขาเอามือจับใว้ทันเลยโดนที่มือ แม่ค้าก็ขู่จะแทงไห้ตายทั้งสองคน คือก็ผิดทั้งคู่ เพราะต่างคนต่างไม่ยอม แต่พี่เขาก็โตแล้ว”

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่แก้บน!! หมอลำซิ่งคึกทุกวัน ศาลเจ้าปู่ฯให้โชคสมหวัง ฮือฮาหวยเด็ดเต่างอย-จุดธูปปรากฏตัวเลข

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 16 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า จากการตระเวนตรวจสอบพบว่าตามสถานที่มีความเชื่อและศรัทธาของประชาชน ที่บริเวณริมถนนสายพังโคน-บึงกาฬ บริเวณบ้านโพธิ์ทอง ตำบลวานรนิวาส ที่ริมถนน บริเวณศาลเจ้าปู่ นาโพธิ์ นาเพียง มีการจ้างหมอลำซิ่ง 4 คณะมาทำการแสดงแก้บน ตามที่ขอไว้แล้วได้ผลสำเร็จนายเกรียงไกร หรือ สิงห์ กองศรีหา สจ.สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส เผยว่า ศาลเจ้าปู่นาโพธิ์นาเพียง เป็นที่เคารพของคนในอำเภอนี้ และทั่วไป เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะสังเกตได้จะมีคณะหมอลำซิ่งมารอรับงานที่นี่ทุกวัน เพื่อทำการแก้บนให้กับผู้ที่สมหวังตามที่บนไว้ ซึ่งหากอยู่ดูหมอลำซิ่งต้องมาที่นี่มีทุกวันเวทีแทบไม่ต้องเก็บ เพราะมีชาวบ้านมาบนกันทุกวัน

สิ่งที่ชาวบ้านมาบนได้แก่ การทำให้สมหวัง เช่น การสอบเข้ารับราชการ เลื่อนขั้น และงานต่างๆ ตลอดจนหวย ก็มีคนถูกกันทุกงวดเช่นกัน จนไม่รู้จะบอกยังใง เพราะจะสังเกตผู้มาบนมีทุกวันและต้องเป็นหมอลำซิ่งอย่างเดียว ทราบว่าเจ้าปู่นาโพธิ์นาเพียงท่านชอบหมอลำซิ่ง“เชื่อหรือไม่ล่าสุดผมบนให้อดีตนักการเมืองท่านหนึ่งไว้เมื่อเร็วนี้ว่า ขอให้ประกันตัวได้ เชื่อหรือไม่หลังบนไว้สองวันก็ประกันตัวได้ พูดแล้วขนหัวลุก ซึ่งจะได้ทำการแก้บนให้เร็วนี้ด้วยหมอลำซิ่งเช่นกัน”สจ.สกลนครกล่าวและว่า เรื่องนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่มาบนแล้วจะรู้จริงและวันนี้ก็มากันถึง 4 คณะตั้งเวทีหันหน้าประชันกัน ชาวบ้านดูกันตาแฉะ เพราะแต่ละวันจะมีเวทีเดียวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สถานที่อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนครที่มีประชาชนเดินทางไปไหว้และเที่ยวมากที่สุดอีกแห่ง คือ วัดถ้ำผาแด่น ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร โดยในแต่ละวันจะมีประชาชนเดินทางมากว่า 1 พันคน และถนนมีรถติดยาวกว่า 2 กิโลเมตร จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ อปพร.และตำรวจมาคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่บนหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองสกลนคร สวยงาม มีอาจารย์ปกรณ์ กันตวีโร เจ้าอาวาส วัดถ้ำผาแด่น มาพัฒนาจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ และจะมีทั้งดารา และนักการเมือง ตลอดจนข้าราชการระดับสูงเดินทางมาไหว้เพื่อขอพรกับพระอาจารย์ดังกล่าวแน่นวัดทุกวันผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่บริเวณ รูปปั้น “พญาเต่างอย” อ.เต่างอย จ.สกลนคร ยังคงมีประชาชนเดินทางมาไหว้และเที่ยวขอพรกันอย่างคึกคัก จนทำให้การจราจรติดขัดในช่วงก่อนเข้าไปในตัวอำเภอกว่า  2 ก.ม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ อปพร. อส.จร.ต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกมากันทั่วทุกภาคของประเทศ

นายเกษม เคนะอ่อน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเต่างอย กล่าวว่า ช่วงใกล้วันหวยออกต้องทำงานหนัก เพราะต้องออกมาคอยดูแลพี่น้องที่มาทางไกลและใกล้ ได้รับความสะดวก ตลอดจนการเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ทั้งนายบุญเตรียม งอยผาลา นายก อบต.เต่างอยและกรรมการทุกคน มาพูดผ่านเครื่องขยายเสียงชี้แจงผู้มากราบไหว้และแก้บน ซึ่งทางอำเภอได้มีการจัดทำผ้าป่าเพื่อทอดถวายสร้างเจดีย์กัสปะที่วัดเต่างอย(วัดศิริมังคลาราม)กำลังก่อสร้างขณะนี้ด้วย“เช้านี้ได้มีคนที่โชคดีหลายล้านบาทเดินทางมาไหว้ พบว่ามีการจุดธูปบูชาพญาเต่างอย ปรากฏว่าชาวบ้านมองเห็นขี้ธูปเป็นเลขเด็ด 98 และ 03 จึงเป็นที่ฮือฮา ส่วนคนจุดธูปได้เดินไปไหว้เจ้าแม่ตะเคียน ที่อยู่ห่างประมาณ 300 เมตร จากนั้นจึงเดินทางออกไป ทำให้คอหวยฮือฮา กว้านซื้อตัวเลขดังกล่าวในบริเวณแผงลอตเตอรี่จนเกลี้ยงทันที เพราะเชื่อกันว่า คนที่มีโชครวยมาให้โชค”

ที่มา>>>ข่าวสด

ยะเยือกสุดขั้ว เผยหมู่บ้านจีนที่หนาวจัดอุณหภูมิติดลบ 37 องศา!

เพจ China Xinhua News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ช่างภาพคนหนึ่งเดินทางไปที่หมู่บ้านเคอเคอทัวไห่ เมืองอาเล่อไท่ เขตปกครองตนเองซินเจียง เพื่อบันทึกวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านในเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นช่วงที่หนาวที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยติดลบถึง 37 องศาอาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้คือ “หนาง” ปัจจุบัน หมู่บ้านเคอเคอทัวไห่มีชาวบ้านที่ถนัดทำ “หนาง” ราว 5 คน ในทุกๆ วันตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้ง 5 คนจะทำ “หนาง” กว่า 500 ชิ้นโดยใช้แป้งกว่าร้อยกิโลกรัมท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 30 องศา ตามมาชมภาพหนาวๆ ได้ที่นี่

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่สุดทน! ลูกสาวโดนรุ่นพี่ผู้ชายกระชากต่อยกลางโรงเรียน ไม่สำนึกขู่ซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาเต็มไปด้วยรอยช้ำ พร้อมข้อความว่า “ยิ่งใหญ่คับโรงเรียน ค่ะ กระชากรุ่นน้องผู้หญิงไปต่อย!!!! ขอแชร์ค่ะ. !!!!เหตุเกิดในโรงเรียน ชื่อดัง……………..จังหวัดชลบุรี !รุ่นพี่นักเรียนชายกระชากรุ่นน้องไปชกต่อยต่อหน้ากลุ่มนักเรียนหญิงหลายสิบคน คือ ใหญ่มาก คือไม่กลัวใคร ครูก็ไม่กลัว กฎหมายก็ไม่กลัว คือโรงเรียนสอนให้เป็นคนดี แต่นี้คือตัวอะไรของสังคมค่ะ โรงเรียนเดียวกัน ครูสอนให้รักกันแต่ นี้รุ่นพี่ผู้ชายชกต่อย รุ่นน้องผู้หญิงต่อหน้านักเรียนหญิงในโรงเรียนโดยไม่เกรงกลัวใคร ยังท้าทายให้ไปเรียกมาใครก็ได้กูใหญ่ ในโรงเรียนก็ไม่ปลอดภัยเมื่อมีคนประเภทนี้ ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรแค่ต้องการความปลอดภัยให้ลูกแค่นั้นค่ะ”ต่อมาพบว่า เจ้าของข้อความดังกล่าว ได้นำข้อความในเฟซบุ๊ก ของคู่กรณี ซึ่งเขียนว่า “อาวุธสงครามกำลังคลืบคลานเข้ามา เจอหน่อยนะ ระวังสะดุดด้วยนะ” พร้อมกับระบุว่า เรื่องเกิดขึ้น 3 วันแล้ว และได้ให้โอกาสกับเด็กคนหนึ่ง แต่มันไม่จบขมขู่ต่ออีก ทนมาเกินพอค่ะ ซึ่งได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

แผ่นดินไหวเชียงใหม่ 2 ครั้งติด ทั้งหนาว-ฝนตก อินทนนท์นักท่องเที่ยวลดลง

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เชียงใหม่ได้เกิดฝนตกทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่ โดยบนดอยแหล่งท่องเที่ยวก็เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง

ที่ดอยอินทนนท์ นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า บนดอยอินนทนนท์ ฝนตกปรอยๆ ตลอด นักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยอุณหภูมิยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 8 องศา ที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศา จุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์วัดได้ 17 องศา อุณหภูมิสูงสุด 14.6 องศา สภาพอากาศปิด นักท่องเที่ยวต้องใส่เสื้อกันฝนมาสัมผัสอากาศหนาวและสัมผัสหมอกบริเวณจุดริมถนนบนดอย สถิตินักท่องเที่ยวช่วงวันที่ 10 ม.ค. 60 ที่ผ่านมา ลดลง ยอดรวมนักท่องเที่ยว 2,800 คน เป็นคนไทย 2,500 คน ต่างประเทศ 300 คน ยานพาหนะ 700 คันอย่างไรก็ตามคาดว่าฝนจะตกในวันนี้เป็นวันสุดท้ายและในช่วงวันหยุดนักท่องเที่ยวก็คงจะหนาแน่นเหมือนเดิม ทางอุทยานได้เตรียมพร้อมรับมือ และช่วงนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำการตกแต่งปรับปรุงจุดสำคัญต่างๆ รวมทั้งตรวจเช็คป้ายบอกทาง สัญลักษณ์ ต่างๆ ด้วย เพื่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยรองรับวันหยุดที่จะมาถึง โดยวันนี้รับรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวในเขตท้องที่ อ.จอมทองเชียงใหม่ ในช่วงเช้าด้วย

ด้านนายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานมาว่า ได้เกิดแผ่นดินไหวที่เชียงใหม่ อ.แม่วาง เวลา 04.08 น. วันที่ 11 ม.ค. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.0 แมกนิจูด ความลึก 10 กิโลเมตร Lat.18,62 Long.98.58 ประชาชนบ้านน้ำตกแม่กลาง เลขที่ 165 หมู่ที่ 20 รับรู้ถึงแรงสั่นของแผ่นดินไหว และที่ อ.จอมทองเชียงใหม่ เมื่อเวลา 04.56 น. วันที่ 11 ม.ค. เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 2.0 แมกนิจูด ความลึก 1 กิโลเมตร LaT.18.58 Long 98.53 จากการประสานอำเภอไม่มีรายงานความเสียหาย

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวสุดทนโดนลวนลามกลางรถเมล์ไล่ตามถ่ายคลิปหาหลักฐานแจ้งความ(คลิป)

เหตุการณ์ลวนลามบนรถสาธารณะคงมีให้เห็นบ่อยๆ แต่ครั้งนี้ สมาชิกเฟซบุ๊ก Prea Prae ได้นำประสบการณ์มาแชร์ไว้ โดยเธอระบุว่า ขณะนั่งอยู่บนรถเมล์โดยวางกระเป๋าบนตัก มีชายรูปร่างใหญ่ขึ้นมานั่งข้างๆ และพยามเบียด จนค่อยๆ เอามือมาวางบนตัก เธอจึงลุกขึ้นและโวยวายตะโกนบนรถ จนชายคนดังกล่าวหนีลงไป จากนั้นเธอจึงลงตามมาและพยายามถ่ายคลิปไว้ ซึ่งพบว่า ชายคนดังกล่าวพยายามเดินหนีและยกมือไหว้บอกว่าขอโทษ ก่อนที่จะพยายามหนีขึ้นรถเมล์แต่มีวินรถจักรยานยนต์เห็นและจับตัวไว้ให้ ซึ่งเธอยังระบุว่า ตอนแรกคิดว่าจะยกโทษให้เพราะชายคนดังกล่าวยกมือไหวขอโทษ แต่คิดว่า ไม่อยากให้กระทำกับคนอื่นอีก จึงนำภาพไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ “น้องหนึ่ง” ร่ำไห้สุดเศร้า เผยลูกสาวเหยื่อรถตู้ตายในวันเกิดของตัวเอง!

จากกรณีอุบัติเหตุรุนแรงรถตู้ สายกรุงเทพ-จันทบุรี ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสารเต็มคัน จากจันทบุรีมุ่งหน้า กทม.ชนประสานงากับรถกระบะ อีซูซุดีแมคซ์ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่ อ.บ้านบึง ชลบุรี ก่อนเกิดไฟลุกท่วมทั้ง 2 คัน พบมีผู้เสียชีวิต 25 ศพ แยกเป็นรถตู้ 14 ศพ ชาย 4 หญิง 10 ส่วนรถกระบะ ตาย 11 ศพ ชาย 5 หญิง 6 นอกจากนี้มีผู้รอดชีวิต 2 รายล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 ม.ค. ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่ามีญาติทยอยมารับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังคงมีการทยอยนำศพส่งให้ญาติอย่างต่อเนื่อง

น.ส. วิภาวดี แสนทวีสุข อายุ 38 ปี คุณแม่ของ น.ส. หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี ผู้เสียชีวิตในรถตู้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้มีรับศพของลูกสาว ตนมีลูก 3 คน คนที่เสียชีวิตเป็นคนโต ตอนนี้ลูกสาวกำลังอยู่ในช่วงระหว่างรอหาที่ศึกษาต่อ ปกติลูกสาวจะพักที่กรุงเทพฯ จะเดินทางมาที่จันทบุรี ช่วยตนขายของช่วงสุดสัปดาห์เป็นประจำ ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันเกิดของลูกสาวพอดี ตนและลูกสาวได้ไปทำบุญตอนเช้าตามปกติ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไร จนหลังลูกสาวขึ้นรถตู้เดินทางไป ตนได้ทราบจากญาติ โทรศัพท์มาคุยเรื่องข่าวอุบัติเหตุรถตู้ จึงเดินทางไปสอบถามที่คิวรถ ว่าเป็นรถรอบไหนอย่างไร และก็เป็นรถคันเดียวกับลูกสาวของตน

แม่ของ “น้องหนึ่ง”

ทั้งนี้โดยปกติหากต้องมากรุงเทพฯตนจะใช้บริการรถทัวร์ ส่วนลูกสาวจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ด้วยวินรถตู้นี้เป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากสะดวก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาดูแลอย่างจริงจัง เนื่องจากเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง เท่าที่ทราบคันที่เกิดเหตุคนขับวิ่งรถหลายรอบอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่ควรเอาชีวิตใครมาเสี่ยงในแบบนี้ ส่วนการฟ้องร้องบริษัทรถตู้นั้น มีหลายคนพูดถึง อยากให้ดำเนินการ แต่ตนขอศึกษาดูอีกที ทั้งนี้หลังจากรับศพลูกสาวแล้วจะนำไปทำพิธีทางศาสนา ที่ จ. จันทบุรีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแม่เล้าหลอกด.ญ.15ค้ากาม ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ หนีคดีกบดานย่านรามอินทรา

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ บช.น.หรือ ชป.ศพดส.น. พร้อมกำลังจับกุมน.ส.กุหลาบ หรือ นัท ดีดวงแกว ชาวอ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ในความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารเด็กอายุ เกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี, พาเด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และค้ามนุษย์” ได้ที่บริเวณปากซอยรามอินทรา 5 ถ.รามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขนทั้งนี้ ตามพฤติการณ์ทราบว่า น.ส.กุหลาบเคยเปิดร้านอาหารอยู่ที่ย่านท่าข้าม และทำตัวเป็นแม่เล้าหลอกพาเด็กอายุตั้งแต่ 15-18 ปี มาค้าบริการทางเพศให้กับลูกค้าในพื้นที่ โดยเป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ลำดับที่ 27 ที่ทางบช.น. ต้องการตัวและทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ใน ซอยรามอินทรา 5 ถ.รามอินทรา จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าวเบื้องต้นสอบสวน น.ส.กุหลาบ ให้การรับสารภาพ จึงส่งตัวให้ สน.ท่าข้าม รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด