ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบชิงมอเตอร์ไซค์ที่ปั้ม

 * ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบชิงมอเตอร์ไซค์ที่ปั้ม *

ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร

คนร้ายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบเหยื่อชิงรถจักรยานยนต์ ที่ปั้มน้ำมันในนครนายก กล้องวงจรปิดจับภาพได้ พบทำทีเข้ามาเติมน้ำมันก่อน

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ภายในปั้มน้ำมัน บริเวณถนนนครนายก-รังสิต อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ทำทีขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั้ม ก่อนวิ่งไปชิงรถจักรยานยนต์ของคนที่มาจอดเข้าห้องน้ำไป

ด้าน นางสาวสุนัดดา กำจัดภัย ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีขาว-ฟ้า หมายเลขทะเบียน กข 193 มาเข้าห้องน้ำที่ปั้มโดยให้แฟนรออยู่ที่รถ แต่แล้วคนร้ายก็วิ่งตรงเข้ามาตะโกนว่า “ข้าคือพระนเรศวร” และกระโดดถีบแฟนหนุ่มจนล้ม ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป แล้วทิ้งรถของตัวเองที่ก่อเหตุไว้ โดยภายในรถที่ถูกขโมยไปมีเนื้อหมูที่ตนจะนำไปขายอยู่กว่า 10 กิโลกรัม

อ่านเพิ่มเติม ชายอ้างตัวเป็นพระนเรศวร กระโดดถีบชิงมอเตอร์ไซค์ที่ปั้ม

สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารถุยน้ำลายใส่ กระทืบหน้าบวม

 * สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารถุยน้ำลายใส่ กระทืบหน้าบวม *

พนงสาวลาออก ถูกเจ้านายกระทืบ

แชร์สนั่น สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารสูงสุดด่าเนรคุณ ถุยน้ำลายใส่ ก่อนกระทืบซ้ำ ขอถามทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้

กลายเป็นประเด็นที่สังคมอยากได้คำตอบ ว่าเพราะอะไร “เจ้านาย” ถึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้ !! สำหรับเหตุการณ์ที่หญิงสาวคนหนึ่งขอเขียนใบลาออก แต่กลับถูกผู้บริหารสูงสุดผลักล้มและกระทืบจนหน้าบวมช้ำ

โดย คุณ Fern Nichi ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งภาพนั้นเป็นใบหน้าของตัวเธอเองที่เบ้าตาบอบช้ำ และมุมปากล่างซ้ายก็มีรอยเขียว ๆ ด้วย พร้อมมีใบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ข้อความที่เธอโพสต์เธอถามว่า เธอทำผิดอะไรขนาดนั้นถึงได้กระทืบและถุยน้ำลายใส่หน้าขนาดนี้ ยังไม่พอ…ยังผลักเธอล้มและกระทืบเธอซ้ำอีก เพียงแค่เธอขอเขียนใบลาออก นอกจากนี้ยังด่าเธอว่าเนรคุณบริษัท เป็นถึงผู้บริหารสูงสุดทำไมทำกับผู้หญิงได้ลงคอ

อ่านเพิ่มเติม สาวขอลาออก แต่ถูกผู้บริหารถุยน้ำลายใส่ กระทืบหน้าบวม

นมัสการพระบาทพลวง ที่เขาคิชฌกูฏจันทบุรี ปี 2559

 * 
นมัสการพระบาทพลวง ที่เขาคิชฌกูฏจันทบุรี ปี 2559 *

เขาคิชฌกูฏ2559

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Mogmag, อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ และ คู่หูเดินทาง

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า “เขาคิชฌกูฏ” มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้แก่ น้ำตกกระทิง, น้ำตกคลองช้างเซ, ยอดเขาพระบาท และที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษนั้น เห็นจะเป็นการนมัสการ “รอยพระบาทเขาคิชฌกูฏ” หรือ “พระบาทพลวง” นั่นเอง

ทั้งนี้ประชาชนจะนิยมไปนมัสการพระบาทพลวงเป็นจำนวนมากเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับ ตัวเองโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปีจะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืน ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเขาคิชฌกูฏก็ได้จัดงานนมัสการพระบาทพลวงเป็นประจำทุกปีในช่วงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 อีกด้วย

อย่างไรก็ตามในปี 2559 เทศบาลตำบลพลวง ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานนมัสการรอยพระพุทธพลวง เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2559 ในระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 7 เมษายน 2559 ณ เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โดยกำหนดการทำพิธีบวงสรวงปิดป่า (เปิดงาน) ยังเหมือนเดิมคือ วันที่่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งสามารถเข้าร่วมทำพิธีได้ที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน

กำหนดการ

วันที่ 22-26 มกราคม 2559 : ร่วมกิจกรรมบวชชีพราหมณ์

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 : บวงสรวงปิดป่าและพิธีเปิดงาน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 : เปิดงานนมัสการรอยพระพุทธพลวง เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2559 ให้ประชาชนเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ

วันที่ 7 เมษายน 2559 : บวงสรวงเปิดป่าและพิธีปิดงาน

วันที่ 8 เมษายน 2559 : ปิดเขา

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก เขาพระบาทพลวง จันทบุรี และ เฟซบุ๊ก กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…

วัดกะทิง โทรศัพท์ 0 3945 2056

เทศบาลตำบลพลวง โทรศัพท์ 0 3930 9281

ทั้งนี้กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือจากทีมกู้ชีพในพื้นที่การจัดงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ ตั้งแต่บริเวณวัดพลวงจนถึงบนพื้นที่เขาทั้งหมด สายด่วน 09 8383 7800 ห้องวิทยุศูนย์กู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี หรือทางวิทยุสื่อสาร CB245 ช่อง 30 (245.3625MHz) ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

ตำนานรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏมีอยู่ว่า นายติ่งและคณะได้ขึ้นบนเขาเพื่อไปหาไม้กฤษณามาขาย และได้ไปพักเหนื่อยบนลานหินกว้าง ระหว่างนั้นเพื่อนของนายติ่งคนหนึ่ง ได้ถอนหญ้าเพื่อนอนพักก็พบแหวนใหญ่ขนาดสวมหัวแม่เท้าได้ และเมื่อช่วยกันตรวจดูก็พบหินแผ่นหนึ่ง มีพื้นที่เป็นรอยรูปก้นหอย ต่อมานายติ่งและเพื่อนได้นำบุตรชายไปอุปสมบทที่วัดพลับ รุ่งขึ้นก็มีงานปิดรอยพระพุทธบาทจำลอง นายติ่งซื้อทองไปปิดแล้วจึงพูดว่าแถวบ้านตนก็มีรอยแบบนี้เช่นเดียวกัน พอดีมีพระได้ยินเข้าจึงไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดรับทราบ เจ้าอาวาสจึงเรียกนายติ่งเข้าไปสอบถาม พร้อมกับส่งคณะขึ้นไปพิสูจน์ดู ก็พบว่าเป็นความจริง และเมื่อตรวจดูบริเวณรอบ ๆ ก็พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์อีกหลายอย่าง รอยพระพุทธบาทนั้นท่านทรงเหยียบจารึกไว้ที่ศิลาแผ่นใหญ่ บรรจุคนนั่งได้ร้อยกว่าคน บนยอดเขาสูงสุด กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร

ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรอยพระพุทธบาทมีหินกลมก้อนหนึ่งใหญ่มาก เรียกว่า หินลูกพระบาท ตั้งขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ มองดูคล้ายลอยอยู่เฉย ๆ มีคนกล่าวว่าเขาเคยเอาด้ายสายสิญจน์คล้องแล้วหลุดออกมาได้ และยังมีหินอีกลูกอยู่ตรงข้ามกับหินลูกพระบาทนี้ ก็มีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้ จากรอยพระพุทธบาทกับรอยพระหัตถ์นั้น ห่างกันประมาณ 5 เมตร และยิ่งแปลกไปกว่านั้น ในก้อนหินตรงกันข้ามกับรอยพระหัตถ์ ยังมีรูปรอยเท้าใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าพญามาร เพียงแหงนหน้าขึ้นไปจะมองเห็นได้ทันที สูงประมาณ 15 เมตร

ต่อจากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากหินลูกนี้ไปเพียง 15 วา มีหินลูกข้างบนเป็นลานและมองเห็นรอยรถหรือรอยเกวียน เมื่อยืนบนหินลูกนั้นมองลงไปทางทิศเหนือจะเห็นถ้ำเต่า หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรอยพระพุทธบาทจะเห็นถ้ำช้าง และถ้ามองจากรอยพระพุทธบาทขึ้นไป จะเห็นหินก้อนหนึ่งมีรูปลักษณะคล้ายช้างจริง เลยจากช้างไปสูงสุดนั้นเรียกกันว่าห้างฝรั่ง เพราะฝรั่งได้ขึ้นไปตั้งห้างส่องกล้องเพื่อทำแผนที่ มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีถ้ำอีกถ้ำหนึ่งเรียกว่าถ้ำสำเภา เพราะมีหินก้อนหนึ่งข้างบนถ้ำมีลักษณะคล้าย ๆ เรือสำเภา และยังมีอีกถ้ำหนึ่งใต้พระบาทนี้เรียกว่าถ้ำตาฤาษี

พระบาทพลวง หรือ พระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บนเขาคิชฌกูฎ โดยพระบาทพลวงนี้เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ กว้าง 1เมตร ยาว 2 เมตร อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรที่จังหวัดจันทบุรี และถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดของประเทศไทยและอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร

โดยการจัดเดินป่าขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏ เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูง และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก…ในอดีตจะเป็นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา แต่ในปัจจุบันมีรถบริการให้ประชาชน ได้เดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ส่วนกิจกรรมในงานกราบสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฎ การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏ หรือเขาพระบาท เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา ที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน

ซึ่งในช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาจะเดินทางขึ้นเขาไปแสวงบุญเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะได้นมัสการพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์แล้วยังจะได้ชมความงดงามแปลกอัศจรรย์ของหินลูกพระบาท ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผา และได้รับความสดชื่นจากบรรยากาศบนยอดเขาคิชฌกูฏ นอกจากนี้ผู้ที่ถึงวัดพลวงตอนเย็น สามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มขึ้นยอดเขาในตอนเช้าได้โดยทางวัดมีที่พักและที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมาก (ว้าว…)

สำหรับการเดินทางนั้นก็ง่ายแสนง่าย หากมาตามถนนสุขุมวิท ถึงทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี (สี่แยกเขาไร่ยา)ให้เลี้ยวลงถนนทางน้ำตกกระทิง หรือถนนบำราศนราดูร จากทางแยกเขาไร่ยาไปถึงน้ำตกกระทิงประมาณ 20 กิโลเมตร เลยวัดกะทิงไป 400 เมตรถึงแยกขวามือไปวัดพลวง เป็นถนนลูกรังระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อถึงวัดพลวงจะเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปยังยอดเขามีรถรับจ้างทดเฟืองพิเศษรับไปส่งถึงจุดที่ใกล้ที่สุดและเดินเท้าต่ออีกประมาณ 40 นาที

น้องมะลิ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อาการจึงเป็นเยี่ยงนี้!!!   

115216-r-1455252888261

สร้างความน่ารักได้ตลอดเวลาสำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวสุดน่ารักวัย 2 ขวบเศษของพระเอกผู้ล่วงลับไปแล้ว ปอ ทฤษฎี ล่าสุดเช้านี้ (12ก.พ.) น้องมะลิ และคุณแม่คนเก่ง โบว์ แวนดา ได้เดินทางไปทริปเกาะกูด จ.ตราด โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ก็เลยมีภาพน่ารักๆ ของ น้องมะลิ ขณะขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ซึ่งลูกพี่ลิดูจะตื้นเต้นเอามากๆ และสามารถเรียกรอยยิ้มให้แก่แฟนคลับได้มีความสุขอีกครั้ง          

นอกจากจะเห็นความน่ารักของ น้องมะลิ แล้ว เรายังได้เห็นสายใยความผูกพันธ์ระหว่างแม่-ลูก ของ แม่โบว์ กับ น้องมะลิ ที่ต่างฝ่ายต่างดูแลและเต็มเติมซึ่งกันและกันอย่างน่ารัก

115217-r-1455252980222115218-r-1455253005281115219-r-1455253031388115220-r-1455253061349

ขอบคุณภาพจาก IG sudsapda, ket_tasara, bangkokairways