เมียหนีออกจากบ้าน หนุ่มตามง้อจัดปาร์ตี้ยาบ้าให้เสพหวังเอาใจ สุดท้ายเจอตร.รวบยกแก๊ง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี และตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายศิริวัฒน์ หรือป๊อกเด้ง สุมารินทร์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 บ้านโนนม่วงหวาน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ดพ.ต.ท.สุรชิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยสุวรรณ เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน ตำรวจนำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมทั้งนายศิริวัฒน์ และน.ส.มิ้ว นามสมมติ อายุ 19 ปี แฟนสาวกำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากันจึงได้ทำการจับกุม พบยาบ้า 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติก ใต้ที่นอน ซึ่งนายศิริวัฒน์รับว่าเป็นของตนเอง จึงนำตัวนายศิริวัฒน์ไปขยายผล แล้วตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านในต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ดจากการสอบสวน นายศิริวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้โดนจำคุกในคดียาบ้าที่ เรือนจำกลางอุดรธานี 2 ปี 6 เดือน เพิ่งโทษออกมาได้ 4 เดือน แล้วก็กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้า จากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด ประมาณ 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท ตามหลักกม.ในอ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยไปรับยาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง แล้วนำไปให้เครือข่ายไปจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ จ.สกลนคร และจ.อุดรธานี ราคาเม็ดละ 150 บาท โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง

นายศิริวัฒน์ ให้การต่อว่า ต่อมาแม่ของน.ส.มิ้วที่อยู่จ.สกลนคร มารับยาบ้าจากตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าจำนวน 40,000 บาท จึงยกน.ส.มิ้ว ลูกสาวให้เป็นเมีย โดยอยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน

ต่อมาน.ส.มิ้วหนีออกจากบ้าน โดยบ่นว่าตนแก่ ภายหลังตนมารู้ว่าน.ส.มิ้วมาเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงมาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกันต่อ ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้าให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ สุมารินทร์ ว่ามียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดี ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ตรวจปัสสาวะปรากฏว่าเป็นสีม่วง โดยสมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช.ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

“ชาตรี”พูดไม่สะท้าน ตั้งใจข่มขืน “ครูอิ๋ว” แต่ขัดขืนเลยฆ่า อ้างจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว(คลิป)

มื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ห้องประชุมเอราวัณ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.ภ.1 นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช. พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตีรโสภณ ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ได้นำตัว นายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 16/2559 พร้อมด้วยของกลาง มีดยาวประมาณ 5-6 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม เสื้อ 1 ตัว โดยกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยพฤติการณ์ในการจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุ จึงเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียดพบว่า เป็นบ้านเช่าชั้นเดียวหันเข้าหากัน จำนวน 10 ห้อง มีรั้วรอบขอบชิดน่าเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเคยรู้จักและอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงได้ตรวจสอบผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าและสถานที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ว่า มีบุคคลใดมีประวัติในการกระทำผิดเกี่ยวกับคดีทรัพย์ เพศ หรือ ยาเสพติด จนในที่สุดตรวจสอบพบว่า นายชาตรี เคยต้องโทษเกี่ยวกับคดีเพศ จึงได้ติดตามตัวมาสอบปากคำ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำแล้วพบว่า นายชาตรี หลังมือข้างซ้ายมีแผล ลักษณะถูกของมีคม และมีรอยฟันกัด ให้ปากคำมีลักษณะเป็นพิรุธ จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจเพื่อมาเก็บ DNA ตรวจสอบ ในที่สุด นายชาตรี ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง พร้อมนำตรวจยึดเสื้อที่สวมใส่วันเกิดเหตุไว้เป็นของกลาง “ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ก่อนเหตุเหตุดื่มเบียร์ไป 1 ขวด ที่ห้องพักตนเองจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ และได้กอดแฟนตัวเองซึ่งเป็นสาวประเภทสองและขอร่วมเพศ แต่แฟนไม่ยอม จึงเดินไปห้องของผู้ตายซึ่งประตูไม่ได้ล็อก จึงเข้าไปเพื่อจะข่มขืน ขณะที่ตนเองพยายามจะข่มขืน ผู้ตายตื่นมา จึงตกใจ ร้องโวยวาย จึงเกิดความกลัวใช้มือปิดปากผู้ตายพร้อมใช้มีดที่วางอยู่ข้างๆตัว ปาดที่คอจนแน่นิ่ง พร้อมกับทิ้งมีดไว้ในห้องที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้กลับห้องตนเอง อาบน้ำเพื่อล้างคราบเลือดที่ติดมากับเสื้อผ้า และพบว่า หลังมือซ้ายมีแผลถูกมีดบาด เลือดยังไหลไม่หยุด จึงนำเสื้อตัวที่ใส่ก่อเหตุมาพันมือ เพื่อห้ามเลือด และกลับไปนอนกับแฟนที่ห้องพักแล้วตื่นเช้าไปทำงานตามปกติ”นอกจากก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว นายชาตรี ยังรับว่า เคยก่อเหตุข่มขืนภรรยาเพื่อนของตนเองเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2556 เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ข้างถนนบ้านเขาซุย ต.ท่าตูม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มาก่อน และต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน พึ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือน ส.ค. 2558

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุน้องอิ๋ว ไม่รับโทรศัพท์ ให้เพื่อนครูเข้ามาตามและเจอศพ หลังจากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนมานั่งทานข้าวกับผู้ตาย 3-4 คน ครูยังทักผู้ต้องหาว่า กินด้วยกันหรือไม่ตามอัธยาศัยดี  ในส่วนของพนักงานสอบสวนพยายามรวบรวมทั้งพยานแวดล้อม หลักฐานต่างๆ เพื่อใช้ในการลงโทษตามที่สมควรจะได้รับโทษ หลังเกิดเหตุได้ระดมร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อจับตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยรวดเร็วที่สุด ด้านนายชาตรี กล่าวว่า เคยนั่งพูดคุยกับผู้ตายอยู่บ้าง ซึ่งเคยรู้จักกับผู้ตายมาเมื่อประมาณ 4-5 เดือน ไม่ได้จีบ แต่ชอบ ที่เกิดเหตุนั้น เห็นประตูไม่ได้ล็อก โดยเปิดประตูไม้ทิ้งไว้ ปิดประตูเหล็กซึ่งจนไม่ได้งัดประตูเข้าไป ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน วันที่ก่อเหตุอยากได้ทรัพย์สิน และอย่างอื่น ซึ่งการข่มขืนนั้น ตนยังกระทำการไม่เสร็จ เพราะผู้ตายดิ้นก่อน และระหว่างก่อเหตุผู้ตายได้กรี๊ดขึ้นมา ส่วนมีดนั้น อยู่ในห้องของผู้ตายเอง ไม่ได้เตรียมมา เมื่อเดินเข้าไปในห้องเดินเตะปลั๊กไฟ ผู้ตายเลยรู้สึกตัว ที่ลงมือก่อเหตุเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ “หลังก่อเหตุไม่ได้หนีไปไหน คิดว่า ทำผิดเลยยอมรับ ส่วนหลังก่อเหตุไม่ได้บอกอะไรแฟน เสื้อที่ถลกขึ้น นายชาตรี กล่าวว่า เป็นเพราะผู้ตายดิ้น เลยหลุดเอง ไม่ทราบว่าผู้ตายมีแฟนอยู่แล้ว ก็เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และขอโทษครอบครัวด้วย”นายชาตรี กล่าว

ที่มา>>ข่าวสด