เมียหนีออกจากบ้าน หนุ่มตามง้อจัดปาร์ตี้ยาบ้าให้เสพหวังเอาใจ สุดท้ายเจอตร.รวบยกแก๊ง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี และตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายศิริวัฒน์ หรือป๊อกเด้ง สุมารินทร์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 บ้านโนนม่วงหวาน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ดพ.ต.ท.สุรชิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยสุวรรณ เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน ตำรวจนำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมทั้งนายศิริวัฒน์ และน.ส.มิ้ว นามสมมติ อายุ 19 ปี แฟนสาวกำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากันจึงได้ทำการจับกุม พบยาบ้า 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติก ใต้ที่นอน ซึ่งนายศิริวัฒน์รับว่าเป็นของตนเอง จึงนำตัวนายศิริวัฒน์ไปขยายผล แล้วตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านในต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ดจากการสอบสวน นายศิริวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้โดนจำคุกในคดียาบ้าที่ เรือนจำกลางอุดรธานี 2 ปี 6 เดือน เพิ่งโทษออกมาได้ 4 เดือน แล้วก็กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้า จากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด ประมาณ 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท ตามหลักกม.ในอ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยไปรับยาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง แล้วนำไปให้เครือข่ายไปจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ จ.สกลนคร และจ.อุดรธานี ราคาเม็ดละ 150 บาท โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง

นายศิริวัฒน์ ให้การต่อว่า ต่อมาแม่ของน.ส.มิ้วที่อยู่จ.สกลนคร มารับยาบ้าจากตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าจำนวน 40,000 บาท จึงยกน.ส.มิ้ว ลูกสาวให้เป็นเมีย โดยอยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน

ต่อมาน.ส.มิ้วหนีออกจากบ้าน โดยบ่นว่าตนแก่ ภายหลังตนมารู้ว่าน.ส.มิ้วมาเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงมาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกันต่อ ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้าให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ สุมารินทร์ ว่ามียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดี ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ตรวจปัสสาวะปรากฏว่าเป็นสีม่วง โดยสมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช.ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

จู่โจมจับคากุฏิ!! พระหนุ่มวัดดังฉี่ม่วง บอกตัดหญ้าลานวัดเหนื่อย-เสพยาแก้เมื่อย

วันที่ 27 ก.ย. ว่าที่ ร.ต.อุทัย ทาบทอง นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับการร้องเรียนว่า มีพระสงฆ์มั่วสุมเสพยาเสพติดในวัดพระธาตุท่าอุเทน จึงสั่งการให้ นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร ปลัดอำเภอ หน.ฝ่ายความมั่นคง นายทวีศักดิ์ คำบรรจง ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน สนธิกำลังกับ ร.ต.ถาวร ชะสิงห์ ผบ.หมวดปืนเล็กที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อม อส.ท่าอุเทน ทหาร และฝ่ายปกครองกว่า 10 นาย  เข้าตรวจค้นกุฏิพระภายในวัดดังกล่าว หมู่ที่ 5 ต.ท่าอุเทน ริมฝั่งแม่น้ำโขง201609270949124-20041020145119เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าตรวจค้น พบพระศักดิ์ดา จิระสุโค วัย 53 ปี และ พระอิศเรศ จันทวะโร อายุ 41 ปี โดยพระทั้งสองรูปมีท่าทีลุกลี้ลุกลน จึงขอค้นภายในกุฏิครึ่งปูนครึ่งไม้ 1 ชั้น พบอุปกรณ์การเสพหลายรายการ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจปัสสาวะ พบว่าพระทั้ง 2 รูปมีฉี่สีม่วง จึงนำตัวไปให้พระครูบริหารบรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน ทำการสึกจากความเป็นพระ  ก่อนคุมตัวไปดำเนินคดี201609270949121-20041020145119นายศักดิ์ดา เพ็ชรนนท์ และ นายอิศเรศ อุดานนท์ สองผู้ต้องหา รับสารภาพว่า เสพยาบ้าจริง โดยติดต่อขอซื้อยาบ้ากับวัยรุ่นในละแวกวัด ในราคาเม็ดละ 200 บาท โดยจะแอบเสพภายในกุฏิทุกวัน อ้างว่าตัดหญ้าบริเวณลานวัดเหนื่อย จึงซื้อมาเสพแก้เมื่อย โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาตรวจค้นเพิ่งเสพยาบ้าไปคนละ 1 เม็ด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

นายเชิดพันธ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้มีหนังสือร้องเรียนส่งไปยังที่ว่าการอำเภอว่ามีพระมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงมีการลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง โดยพบพฤติกรรมพระ 2 รูปจะมาซื้อยาบ้ากับวัยรุ่นข้างวัด ที่ทำตัวเป็นพ่อค้ารายย่อยเดินยา จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพแต่โดยดี และยินดียอมให้สึกเพื่อไม่ให้ศาสนามัวหมอง ซึ่งจะได้นำตัวส่งศูนย์คัดกรองเพื่อบำบัดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าละทึก! หนุ่มค้ายาซิ่งแหกด่าน-สุดท้ายเสียหลักล้ม ถูกจับโดยละม่อม

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 27 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  ได้รับร้องเรียนว่า มีกลุ่มชายวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติดในหมู่บ้านคลองชายธง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ จึงได้ทำการสืบหา และล่อซื้อ จนสามารถจับกุมตัวชายวัยรุ่น 4 ราย พร้อมทั้งตรวจฉี่พบเป็นสีม่วงทั้งหมด จึงส่งเข้าสถานบำบัด รร.นิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครอง พร้อมกับสืบสวนขยายผลจับกุมกลุ่มนักค้ารายใหญ่ต่อไป

หลังจากนั้นได้ร่วมกับ ร.ต.ประยูร โพธิพูนพันธ์ ผบ.หมวดกองร้อยรักษาความสงบ ที่ 1 ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ด.ต.ดำเนิน คุ้มสา หน.ชุดงานข่าวกองร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร นายสมรักษ์ ศรีเทพ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายป้องกันอำเภอเมืองประจวบ ทั้งสนธิกำลัง อส.-ทหาร และตชด.รวม 20 นาย เข้าล้อมเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านคลองายธง ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ เพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัย  ต่อมาได้พบผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติด ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงเรียกตรวจค้น แต่กลับขี่รถจักรยานยนต์แหกด่านตรวจหลบหนี  ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไล่ล่ากระทั่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียหลักล้มลง จึงถูกจับกุมตัวได้ ผลจับกุมทราบชื่อ นายสุแดน จันต๊ะรังสี อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 911/15 ม.1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ  ของกลางเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวน 198 เม็ด อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม.ยี่ห้อCZ รุ่น 75 B 1 กระบอก พร้อมกระสุน 10 นัด รถ จยย. ฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้าย 1 คัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Lenovo 1 เครื่องนายสุแดน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างนำยาไปส่งให้ลูกค้าครั้งละ 202 เม็ด ได้ค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งได้ทำมาแล้ว 2 ครั้ง แล้วนำเงินที่ได้ไปส่งให้แฟนเรียนหนังสือจ่ายค่าผ่อนรถจักรยานยนต์และเลี้ยงดูครอบครัว  โดยขณะนี้ฝ่ายปกครองทราบตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติดรายนี้แล้วจะได้ขยายผลจับกุมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับยาบ้า 2.3 ล้านเม็ด ตร.ไล่ล่าระทึกเก๋งยางแตกคนร้ายโดดหนีเข้าป่า

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ส.ค. พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมัน สงเคราะห์ธรรม ผกก.ตชด.32 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านเข้ามาทางพื้นที่ จ.เชียงราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวด ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตชด.ตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดมีพฤติกรรมไปเช่ารถในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อจะใช้ขนยาบ้าจำนวนมากไปส่งที่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังออกสะกดรอยติดตามรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโรสปอร์ต ซึ่งเป็นรถเช่าขับไปทางปากทางเข้าหมู่บ้านแหลว-บ้านศาลา ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.เมืองเชียงราย เมื่อจ้าหน้าที่เห็นว่ารถคันดังกล่าวเริ่มไหวตัวทัน และขับเร่งความเร็วจะหลบหนีจึงนำรถออกขวาง จนชนเข้ากับด้านข้างทำให้รถยนต์คันดังกล่าวเสียหลัก ยางล้อด้านซ้ายชนกับฟุตบาทข้างทางจนแตกทั้ง 2 เส้น ไม่สามารถขับต่อไปได้ แต่คนในรถก็เปิดประตูรถและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด จากนั้นจึงร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฎว่าภายในรถมีการวางกระสอบฟางหลายสีวางไว้ตรงเบาะที่นั่งหลังรถ หลายใบจนเต็มทั้งคัน เมื่อเปิดออกดูพบมียาบ้าอยู่ภายในรวมกันจำนวน 2,340,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และเร่งติดตามจับกุมกลุ่มขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าเป็นกลุ่มชาวเขากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดน โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าเป็นบุคคลใดแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ตชด.327 และทหารพราน ทพ.31 กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดโดยผู้ต้องสงสัยได้เข้าไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบชายและหญิงรวม 2 คนเข้าพักในห้องพักเลขที่ 5 ของโรงแรมดังกล่าว เมื่อได้จังหวะเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเขาไปตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าผู้ต้องสงสัยพยายามจะหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ และเมื่อตรวจสอบที่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กน 4746 เชียงราย ปรากฎว่าพบซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาไอซ์เอาไว้จำนวน 3 กิโลกรัม

ตรวจสอบทราบว่าทั้ง 2 คนชื่อว่านายอาแผ่ว ลาเซกุ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 112 ม.11 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน และ น.ส.เชอเลอ เฌอหมื่อ อายุ 22 ปี ชาวเมียนมา จึงตั้งข้อหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และกรณี น.ส.เชอเลอ เพิ่มข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุยปิดล้อมบ้าน!! จับหนุ่มในคลิปฮือทำร้ายตำรวจ-ชิงตัวพี่สาว เจ้าแม่ยาบ้า

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังเข้าล่อซื้อ จับกุมตัว น.ส.จอย โตมีเฉลิม อายุ 37 ปี เอเย่นต์ยาบ้าได้พร้อมของกลางยาบ้า 220 เม็ด ภายในชุมชนวัดตะไกร ม.2 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างการตรวจค้นถูกกลุ่มเครือข่ายยาบ้าและชาวบ้านในชุมชน 30 คน รุมปิดล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อาวุธมีดไม้ ทำร้ายร่างกาย ทุบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจชิงตัวผู้ต้องหาไปทั้งที่ใส่กุญแจมือ พร้อมกับเงินสดจำนวน 9,000 บาท หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 14 ก.ค. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กว่า 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเป้าหมายบุคคลที่ปรากฏภาพในคลิปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกภาพไว้ได้

จากการตรวจค้นสามารถจับกุมตัวนายศักดิ์ชัย โตมีเฉลิม อายุ 35 ปี น้องชาย ของ น.ส.จอย และ นายเอ อายุ 15 ปี เป็นคนที่ร่วมในเหตุการณ์ปิดล้อม ใช้อาวุธมีดและไม้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจปัสสาวะกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณ ที่เกิดเหตุ จำนวน 20 คน มาทำการตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติด จำนวน 6 คน นำไปบำบัด จากการตรวจค้น พบว่ากลุ่มที่เข้ามาปิดล้อมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป นายศักดิ์ชัย อ้างว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในคลิปวิดีโอ ครั้งแรกไม่ทราบว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าเป็นแก๊งเงินกู้มาทำร้ายพี่สาวจึงจะเข้าไปช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันการจับกุมได้แสดงตัวทุกขั้นตอนและในระหว่างที่จับกุมและเกิดเหตุการณ์ได้พยายามบอกหลายครั้งแล้วว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนการติดตามตัว น.ส.จอย พบว่าได้หลบหนีออกไปนอกพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามหาแหล่งที่ซุกซ่อนตัว เตรียมออกมายจับ เครือข่ายยาบ้า และผู้ที่ร่วมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 4 คน ประกอบด้วยนางสาวจอย โตมีเฉลิม เจ้าของยาฯ นายสมคิด ดอกไม้ทอง อายุ 40 ปี สามีนางสาวจอย นายประมวล โตมีเฉลิม อายุ 40 ปี (คนถือมีดในคลิป) และนายศักดิ์ชัย โตมีเฉลิม อายุ 35 ปี (คนที่เอาก้อนหินปาใส่ตำรวจ) ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนเพื่อขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ

ที่มา>>>ข่าวสด

ขยายผลรวบพ่อค้ายาบ้า ซุกกระท่อมกลางสวน ยึด 361 เม็ด ปืน-กระสุนอื้อ!

ตำรวจ-ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ขยายผลจับพ่อค้ายาบ้า ซุกกระท่อมกลางสวนลำไย ได้ของกลาง 361 เม็ด ปืน 3 กระบอก กระสุนร้อยกว่านัด เงินสดหนึ่งแสนบาท …

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. 59 ที่สถานีตำรวจภูธรขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.กฤษกร หานุสิงห์ สว.สส. สภ.ขุนหาญ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.1621, กองร้อยทหารพรานที่ 2306 และ อส.อ.ขุนหาญ ร่วมกันนำตัวนายศุภกร ทะมีพันธุ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 9 ต.พราน อ.ขุนหาญ ผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติดมาสอบปากคำ หลังจาก เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมกระท่อมกลางสวนลำไยนอกหมู่บ้านซำตาโตงตะวันออก หมู่ 14 ต.พรานพร้อมของกลาง ยาบ้า 361 เม็ด ปืนแบบแม็กกาซีน ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกโม่ไม่ทราบขนาด 1 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 ซูเปอร์ 97 นัด กระสุน .38 จำนวน 11 นัด กระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร 1 นัดกระสุนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด เงินสด 100,000 บาท จักรยานยนต์ 3 คัน โครงจักรยานยนต์ 2 โครงสืบเนื่องมาจาก ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวินัย โททอง อายุ 31 ปี หลังจากล่อซื้อยาบ้าได้ของกลาง 4 เม็ด ซึ่งนายวินัย รับสารภาพว่ารับยาบ้านมาจาก นายศุภกร อยู่ที่กระท่อมกลางสวนลำไย เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมกระท่อมดังกล่าว ขณะเข้าตรวจค้นนายศุภกร เห็นเจ้าหน้าที่ ได้วิ่งหนีออกด้านหลังกระท่อมพร้อมกับโยนกระเป๋าคาดเอวสีลายทิ้งข้างทาง เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ค้นในกระเป๋าพบยาบ้า 361 เม็ด และเงินสด 100,000 บาท พบรถจักรยานยนต์ 3 คันและโครงจักรยานยนต์ 2 โครง จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบ นายศุภกร รับสารภาพว่ายาบ้าพร้อมอาวุธปืนเป็นของตน ส่วนเงินก็เป็นค่ายาบ้าที่จะต้องส่งนายทุน

การจับกุมครั้งนี้ ได้ผู้ต้องหา 2 คน ยาบ้ารวม 365 เม็ด ปืน 3 กระบอก พร้อมจักรยานยนต์ และเงินสด 100,000 บาท จึงนำตัวทั้งสองคนพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง ร.ต.อ.สมเดช ไชยเทพ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ขุนหาญดำเนินคดี ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath