เมียหนีออกจากบ้าน หนุ่มตามง้อจัดปาร์ตี้ยาบ้าให้เสพหวังเอาใจ สุดท้ายเจอตร.รวบยกแก๊ง

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี และตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายศิริวัฒน์ หรือป๊อกเด้ง สุมารินทร์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 บ้านโนนม่วงหวาน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ดพ.ต.ท.สุรชิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยสุวรรณ เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน ตำรวจนำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมทั้งนายศิริวัฒน์ และน.ส.มิ้ว นามสมมติ อายุ 19 ปี แฟนสาวกำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากันจึงได้ทำการจับกุม พบยาบ้า 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติก ใต้ที่นอน ซึ่งนายศิริวัฒน์รับว่าเป็นของตนเอง จึงนำตัวนายศิริวัฒน์ไปขยายผล แล้วตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านในต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ดจากการสอบสวน นายศิริวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้โดนจำคุกในคดียาบ้าที่ เรือนจำกลางอุดรธานี 2 ปี 6 เดือน เพิ่งโทษออกมาได้ 4 เดือน แล้วก็กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้า จากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด ประมาณ 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท ตามหลักกม.ในอ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยไปรับยาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง แล้วนำไปให้เครือข่ายไปจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ จ.สกลนคร และจ.อุดรธานี ราคาเม็ดละ 150 บาท โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง

นายศิริวัฒน์ ให้การต่อว่า ต่อมาแม่ของน.ส.มิ้วที่อยู่จ.สกลนคร มารับยาบ้าจากตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าจำนวน 40,000 บาท จึงยกน.ส.มิ้ว ลูกสาวให้เป็นเมีย โดยอยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน

ต่อมาน.ส.มิ้วหนีออกจากบ้าน โดยบ่นว่าตนแก่ ภายหลังตนมารู้ว่าน.ส.มิ้วมาเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงมาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกันต่อ ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้าให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ สุมารินทร์ ว่ามียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดี ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ตรวจปัสสาวะปรากฏว่าเป็นสีม่วง โดยสมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช.ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าโหดหนุ่มสาว!! รอยลากศพทางยาวโยนใต้สะพานปทุมฯ ทำร้ายสยอง จับมัดไพล่หลัง-ร่างเหวอะ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ร.ต.อ.ธีรเดช สังข์สีแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรม จำนวน 2 ศพ ที่เกิดเหตุบริเวณ ซอกใต้สะพานแก้ว ฝั่งเมืองใหม่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้ง จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อริยะ พันฟักธุ์ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรร.พ.ประชาธิปัตย์201610040849022-20050311150427ที่เกิดเหตุบริเวณใต้สะพานแก้ว พบศพชาย 1 ราย ทราบเพียงชื่อเล่น คือ เอ็ม อายุประมาณ 35-40 ปี มีอาชีพเก็บของเก่าขาย เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สภาพนอนหงายถูกพันธนาการด้วยสายไฟลักษณะถูกมัดมือไพล่หลัง ถูกพันด้วยถุงพลาสติกใส มีร่องรอยเลือดกระเด็นติดอยู่กับราวสะพานและมีรอยลากศพเป็นทางยาว จากการชันสูตรเบื้องต้นมีบาดแผลถูกของมีคมเข้าที่บริเวณหน้าผากจำนวน 1 แผล เป็นแผลยาวถูกตีด้วยของแข็งบริเวณปลายคาง เสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 8 ชม.201610040849023-20050311150427ห่างกันบริเวณคูน้ำหน้าสถาบันธัญญารักษ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นหญิง สภาพศพสวมเสื้อยืดสีม่วง สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อเพียงว่า อ้วน อายุประมาณ 35-40 ปี พักอาศัยอยู่บริเวณย่านสะพานฟ้า ถูกพันธนาการด้วยสายไฟจับมัดมือไพล่หลัง จมอยู่ในน้ำ ลักษณะตะแคงข้าง มีร่องรอยการลากศพเป็นทางยาว จากริมถนนจนหญ้าราบ จากการชันสูตรเบื้องต้นมีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าที่หน้าอก หน้าท้อง ราวนมซ้ายรวม 3 แผล เป็นเหตุให้เสียชีวิตเบื้องต้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 8 ชม.201610040849024-20050311150427ด้านนายสมยศ มีบ่อทรัพย์ อายุ 61 ปี อาชีพหาของเก่า พักอยู่บริเวณใต้สะพานแก้วฝั่งเมืองใหม่ เปิดเผยว่า ค่ำคืนที่ผ่านมา ตนเองและนายเอ็ม ผู้เสียชีวิตได้นั่งดื่มเหล้ากัน จนกระทั่ง 20.00 น. ได้แยกย้ายกันนอน กระทั่งรุ่งเช้ามีวินจยย.มาบอกว่า พบศพผู้เสียชีวิตจึงเดินไปตรวจสอบ ก็พบว่า คือ นายเอ็ม ถูกฆ่าตาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้พยานอีกคนหนึ่งได้ยินเสียงมีคนทะเลาะกันจนเสียงดังกลางดึกประมาณเวลา 03.00 น.201610040849021-20050311150427พล.ต.ต.ถาวร เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนน่าจะมีความรู้จักคุ้นเคยกัน และคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน สาเหตุยังไม่แน่ชัด เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากแย่งขยะ หรือ มาจากยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบพยานแวดล้อม และให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จู่โจมจับคากุฏิ!! พระหนุ่มวัดดังฉี่ม่วง บอกตัดหญ้าลานวัดเหนื่อย-เสพยาแก้เมื่อย

วันที่ 27 ก.ย. ว่าที่ ร.ต.อุทัย ทาบทอง นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับการร้องเรียนว่า มีพระสงฆ์มั่วสุมเสพยาเสพติดในวัดพระธาตุท่าอุเทน จึงสั่งการให้ นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร ปลัดอำเภอ หน.ฝ่ายความมั่นคง นายทวีศักดิ์ คำบรรจง ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน สนธิกำลังกับ ร.ต.ถาวร ชะสิงห์ ผบ.หมวดปืนเล็กที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี พร้อม อส.ท่าอุเทน ทหาร และฝ่ายปกครองกว่า 10 นาย  เข้าตรวจค้นกุฏิพระภายในวัดดังกล่าว หมู่ที่ 5 ต.ท่าอุเทน ริมฝั่งแม่น้ำโขง201609270949124-20041020145119เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าตรวจค้น พบพระศักดิ์ดา จิระสุโค วัย 53 ปี และ พระอิศเรศ จันทวะโร อายุ 41 ปี โดยพระทั้งสองรูปมีท่าทีลุกลี้ลุกลน จึงขอค้นภายในกุฏิครึ่งปูนครึ่งไม้ 1 ชั้น พบอุปกรณ์การเสพหลายรายการ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจปัสสาวะ พบว่าพระทั้ง 2 รูปมีฉี่สีม่วง จึงนำตัวไปให้พระครูบริหารบรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน ทำการสึกจากความเป็นพระ  ก่อนคุมตัวไปดำเนินคดี201609270949121-20041020145119นายศักดิ์ดา เพ็ชรนนท์ และ นายอิศเรศ อุดานนท์ สองผู้ต้องหา รับสารภาพว่า เสพยาบ้าจริง โดยติดต่อขอซื้อยาบ้ากับวัยรุ่นในละแวกวัด ในราคาเม็ดละ 200 บาท โดยจะแอบเสพภายในกุฏิทุกวัน อ้างว่าตัดหญ้าบริเวณลานวัดเหนื่อย จึงซื้อมาเสพแก้เมื่อย โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาตรวจค้นเพิ่งเสพยาบ้าไปคนละ 1 เม็ด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

นายเชิดพันธ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้มีหนังสือร้องเรียนส่งไปยังที่ว่าการอำเภอว่ามีพระมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงมีการลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง โดยพบพฤติกรรมพระ 2 รูปจะมาซื้อยาบ้ากับวัยรุ่นข้างวัด ที่ทำตัวเป็นพ่อค้ารายย่อยเดินยา จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพแต่โดยดี และยินดียอมให้สึกเพื่อไม่ให้ศาสนามัวหมอง ซึ่งจะได้นำตัวส่งศูนย์คัดกรองเพื่อบำบัดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“กระบี่”สนธิกำลังจับนักค้ายารายใหญ่ – คนร้ายคิดสู้ขว้างระเบิดมือใส่จนท.ก่อนถูกวิสามัญดับ

วิสามัญผู้ต้องยาเสพติด 1 ราย เจ้าหน้าที่ ตชด สนธิกำลัง ร่วมตำรวจภาค 8  ฝ่ายปกครอง และปปส. บุกปิดล้อมจับกุมนักค้ายาใหญ่  แต่ผู้ต้องหาพยายามขับรถกระบะฝ่าวงล้อมรถเจ้าหน้าที่ ก่อนควักระเบิดเอ็ม 67 ออกมาถอดสลักเตรียมขว้างใส่ แต่ถูกยิงเสียชีวิตคาที่  โชคดีระเบิดไม่ทำงาน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 26  ส.ค.59  พ.ต.ท.สุภัทร  เหมจินดา  สารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมือง จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุวิสามัญผู้ต้องยาเสพติด เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่ ถ.ร่วมใจชน ต.กระบี่ใหญ่  อ.เมือง จ.กระบี่  จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญทวี  โตรักษา  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่   นายสุริยัน  ณรงค์กูล  นายอำเภอเมืองกระบี่  พ.ต.ท.ชัชวาล  นิลจันทร์  รองผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8   ร.ต.ท.ธรรมนูญ ศรีประไพ ผบ.มว.กก.ตชด.42  42 (ทุ่งสง) ตำรวจตระเวนชายแดนที่426 กระบี่ เจ้าพนักงานปป.ส. และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลกระบี่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ทั้งนี้ระหว่างเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า ข้างศพผู้ตายมีระเบิดชนิดขว้าง ซึ่งถอดสลักออกแล้ววางอยู่ข้างตัวผู้ตาย 1 ลูก และยังไม่ทำงาน  เกรงจะได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดถนนทางเขาออกกันพื้นที่ห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี เข้าทำการเก็บกู้วัตถุระเบิดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  จึงสามารถเก็บกู้ระเบิดได้สำเร็จ

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบศพผู้ตายในสภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนขายาวสีดำ  ทราบชื่อต่อมา คือนายชาญชัยยุทธ ไกรนรา  อายุ  29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.6  ต.พรุเตียว อ.เขาพนม  จ.กระบี่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุหน้าผาก ตรวจสอบข้างตัวผู้ตายพบระเบิดขว้าง ชนิดเอ็ม 67 จำนวน 1 ลูก ถูกพันด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนาตรวจค้นในตัวผู้ตาย พบกระเป๋าสะพาย 1 ใบ เงินสดจำนวนประมาณ 3,000 บาท อาวุธปืน 1 กระบอก  ยาไอซ์และยาบ้าจำนวนหนึ่ง  ใกล้กันพบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สี่ประตูสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กง.8911 กระบี่ จอดอยู่ข้างศพ  โดยมีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จอดปิดด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลังรวม 4 คัน มีร่องรอยถูกชนจนได้รับความเสียหายบางส่วน  นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน ขนาด11 มม.และ9 มม. รวมจำนวนกว่า 30 ปลอกตกเกลื่อนกลาดบนถนน  เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากกาสอบสวน ทราบว่า นายชาญชัยยุทธ ผู้ตาย เป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานี  เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วและเพิ่งพ้นโทษได้ประมาณ3 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากผู้ตายบริเวณจุดเกิดเหตุแต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจับกุม ผู้ตายได้พยายามขับรถฝ่าวงล้อมหลบหนี  เจ้าหน้าที่ขับรถเข้าปิดล้อมไว้ ก่อนยิงล้อรถเพื่อสกัดการหลบหนี แต่คนร้ายได้ขับรถเดินหน้าถอยหลังไปมากระแทกรถเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหาย ก่อนลดกระจกลงมาแล้วยื่นระเบิดขว้างออกมานอกรถ จากนั้นได้เปิดประตูรถลงมาแล้วถอดสลักระเบิดแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะเตรียมขว้างใส่เจ้าหน้าที่  แต่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนเกิดเหตุภายในรถผู้ตายมีหญิงสาวนั่งมาด้วยสองคน  เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปทำการสอบสวนที่กองร้อย ตชด.426  กระบี่ เพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.จับหัวโจกแว้นป่วนเมืองทัวร์เรือนจำโคราช รู้ซึ้งชีวิตไร้อิสรภาพ หยุดค่านิยมผิดๆ

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่เรือนจำกลางนครราชสีมา พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา จัดโครงการเยาวชนจิตอาสา “อาสาขาแรง” โดยนำเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวนกว่า 200 คน ทัศนศึกษาเรียนรู้สัมผัสเยี่ยมเยือนผู้ต้องโทษในเรือนจำ โดยมีนายภักดี ตั้งธรรม ผู้บัญชาการเรือนจำฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้การต้อนรับ และเป็นวิทยากรให้ความรู้ ข้อคิด เตือนสติไม่ให้คิดชั่วหลงผิด จากนั้นเดินทางไปอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อประกอบพิธีกล่าวคำปฏิญาณ แสดงเจตนารมณ์ ต่อหน้ารูปหล่อท้าวสุรนารี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองว่า จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยประพฤติตนเป็นพลเมืองดี ไม่ขับขี่รถเสียงดัง ไม่แข่งขัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และละจะเว้นอบายมุขและสิ่งเสพติด พร้อมให้การสนับสนุน กิจการของตำรวจสืบไป พล.ต.ต.ฐากูร ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก และเยาวชนมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหนึ่งเกิดจากความอยากรู้ อยากลอง อยากเห็น อยากแสดงออก แต่มักขาดความรู้ และจิตสำนึกในการกระทำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงมีแนวความคิดนำกลุ่มเสี่ยง มาฝึกอบรมพร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติ ให้มีจิตอาสา เพื่อสาธารณะ ไม่ไปแสดงออกในทางที่ผิดหรือไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้สังคม มุ่งหวังให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่สร้างความเดือดร้อน รวมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหาและช่วยลดสถิติคดีเกี่ยวกับอาชญากรรม ยาเสพติด และอุบัติเหตุจราจร ซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีและลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้เกี่ยวข้องให้นำไปสู่เป็นการนำร่องและเป็นต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับยาบ้า 2.3 ล้านเม็ด ตร.ไล่ล่าระทึกเก๋งยางแตกคนร้ายโดดหนีเข้าป่า

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ส.ค. พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมัน สงเคราะห์ธรรม ผกก.ตชด.32 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านเข้ามาทางพื้นที่ จ.เชียงราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวด ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตชด.ตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดมีพฤติกรรมไปเช่ารถในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อจะใช้ขนยาบ้าจำนวนมากไปส่งที่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังออกสะกดรอยติดตามรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโรสปอร์ต ซึ่งเป็นรถเช่าขับไปทางปากทางเข้าหมู่บ้านแหลว-บ้านศาลา ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.เมืองเชียงราย เมื่อจ้าหน้าที่เห็นว่ารถคันดังกล่าวเริ่มไหวตัวทัน และขับเร่งความเร็วจะหลบหนีจึงนำรถออกขวาง จนชนเข้ากับด้านข้างทำให้รถยนต์คันดังกล่าวเสียหลัก ยางล้อด้านซ้ายชนกับฟุตบาทข้างทางจนแตกทั้ง 2 เส้น ไม่สามารถขับต่อไปได้ แต่คนในรถก็เปิดประตูรถและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด จากนั้นจึงร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฎว่าภายในรถมีการวางกระสอบฟางหลายสีวางไว้ตรงเบาะที่นั่งหลังรถ หลายใบจนเต็มทั้งคัน เมื่อเปิดออกดูพบมียาบ้าอยู่ภายในรวมกันจำนวน 2,340,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และเร่งติดตามจับกุมกลุ่มขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าเป็นกลุ่มชาวเขากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดน โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าเป็นบุคคลใดแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ตชด.327 และทหารพราน ทพ.31 กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดโดยผู้ต้องสงสัยได้เข้าไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบชายและหญิงรวม 2 คนเข้าพักในห้องพักเลขที่ 5 ของโรงแรมดังกล่าว เมื่อได้จังหวะเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเขาไปตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าผู้ต้องสงสัยพยายามจะหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ และเมื่อตรวจสอบที่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กน 4746 เชียงราย ปรากฎว่าพบซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาไอซ์เอาไว้จำนวน 3 กิโลกรัม

ตรวจสอบทราบว่าทั้ง 2 คนชื่อว่านายอาแผ่ว ลาเซกุ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 112 ม.11 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน และ น.ส.เชอเลอ เฌอหมื่อ อายุ 22 ปี ชาวเมียนมา จึงตั้งข้อหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และกรณี น.ส.เชอเลอ เพิ่มข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ตะลึง!! อดีต “ดาราสาว” ตกอับก่อเหตุ “ลักขโมย” ของในตลาดนัด!!

อดีต “ดาราสาว” ตกอับก่อเหตุลักขโมยของในตลาดนัด เจ้าของร้านจับได้ วิ่งไล่ตามจับตัวได้กลางตลาดนัด ตำรวจนำตัวมาสอบสวน บอกตำรวจ “หนูเป็นคนบ้า” ลักของฉลองวันเกิด ตำรวจมึน เจ้าของร้านเผยผู้ต้องหาเคยก่อเหตุมานับครั้งไม่ถ้วนเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันนี้(27 กรกฎาคม 2559)พ.ต.ท.ศิริวุฒิ พัดวิจิตร สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งจาก นางสาววนิดา แสงมณี อายุ 29 แม่ค้าขายของกิ๊ฟช๊อปในตลาดนัดวันพุธ กลางเมืองศรีราชา ว่าสามารถจับตัว นางสาวมนัสนันท์ ปานดี อายุ 32 ปี อดีตดาราสาวตัวประกอบภาพยนต์ชื่อดังเรื่อง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้าและโกยเถอะโยมฯ ตกอับที่ก่อเหตุลักทรัพย์เป็นกระเป๋าสตางค์ที่วางขายหน้าร้านในตลาดนัด ไว้ได้ ให้ช่วยมาตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ศรีราชา จึงเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังควบคุมตัว นางสาวมนัสนันท์ ปานดี ได้ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ห้องสายตรวจ สภ.ศรีราชา โดยตรวจสอบในกระเป๋สะพายสีเหลือง พบของกลางเป็นกระเป๋าสตางค์ 1 ใบ ครีมบำรุงผิวยี่ห้อดัง 2 กระปุก กระเป๋าสตางค์แฟชั่นสีเงิน 1 ใบ สมุดบันทึก กำไลข้อมือเงิน และของใช้จุกจิกอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในกระเป๋าโดยนางสาววนิดา แสงมณี เจ้าของร้านกิ๊ฟช๊อป เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังขายของอยู่ในตลาดนัดอยู่นั้น นางสาวมนัสนันท์ ได้เดินเข้ามาเลือกสินค้า ก่อนเอาเสื้อคลุมวางบนแผงกระเป๋า ก่อนรวบเสื้อพร้อมหยิบกระเป๋าเข้าไปไว้ในเสื้อคลุมที่วางไว้บนแผงออกไปพร้อมกับเสื้อ ตนเห็นผิดสังเกตจึงเช็คสินค้าก็พบว่ากระเป๋าสตางค์ได้หายไป จึงวิ่งไล่ตามพร้อมทั้งตะโกนให้คนในตลาดช่วยจับกุมตัว จนสามารถจับกุมตัวได้ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตนได้รับแจ้งจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดว่านางสาวมนัสนันท์ ผู้ก่อเหตุเคยก่อเหตุในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาผู้เสียหายเกิดความสงสารจึงไม่เอาเรื่อง แต่ก็กับมาก่อเหตุลักษณะนี้อยู่อีกหลายครั้งด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นางสาวมนัสนันท์ ไปสอบสวน ซึ่งให้การยอมรับสารภาพว่าลักของไปจริง แต่ก็พูดจาวกไปวนมา พร้อมทั้งบอกว่า อย่าเอาเรื่องตนเลย ตนเป็นคนบ้า มีบัตรคนบ้า แต่พอให้โชว์บัตรกลับอ้างว่าอยู่ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จึงให้โทรศัพท์ติดต่อญาติเพื่อมายืนยัน แต่ปลายสายกลับตอบกลับมาว่าไม่รู้จักและแจ้งกลับมาว่าโดนนางสาวมนัสนันท์ แอบอ้างชื่อเป็นประจำ ก่อนปิดเครื่องไป  หลังจากนั้นจึงได้ติดต่อไปหาพ่อของนางสาวมนัสนันท์ แต่พอแจ้งไปว่าถูกเจ้าหน้าที่จับกุมอยู่ ผู้เป็นพ่อกลับอ้างว่าเลี้ยงหลานอยู่ ไม่ยอมมาดูที่สถานีตำรวจ

เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบประวัติของนางสาวมนัสนันท์ พบว่าเคยแสดงภาพยนต์เรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า และภาพยนต์เรื่องโกยเถอะโยม ต้องคดีเสพยาเสพติดมาแล้วถึงสองครั้ง โดยนางสาวมนัสนันท์ชอบอ้างว่ารู้จักคนนู้นคนนี้อีกหลายคน แต่บังเอิญมาอ้างเป็นแฟนสาวของญาตินางสาววนิดา อีก จึงทำให้ผู้เสียหายระเบิดอารมณ์ด่าทอนางสาวมนัสนันท์ อีกชุดใหญ่ จนต้องยอมรับว่าได้แอบอ้างจริง จากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่าวันนี้ (27 กรกฎาคม)เป็นวันคล้ายวันเกิดของนางสาวมนัสนันท์(ผู้ต้องหา)อีกด้วย โดยนางสาวมนัสนันท์ได้กราบขอร้องให้เจ้าของร้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไม่เอาความ และขอสัญญาว่าจะไม่กระทำการในลักษณะนี้อีกต่อไป แต่ทางเจ้าของร้านไม่ยอมทางชุดจับกุมจึงดำเนินการส่งตัว ร.ต.อ.อุดม โกยเก็บ พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดใจ”น้องนุ่น”นักมวยสาวน่ารัก ฝึกมวยไทยหาเงินเรียนต่อ เตรียมขึ้นสังเวียนชกที่เชียงใหม่

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการแจ้งจากชาวบ้าน อ.แม่ริมเชียงใหม่ ว่า ที่ค่ายมวยเพชรต้นผึ้ง ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีเด็กสาววัยรุ่นน่ารักมาสมัครฝึกหัดมวยไทย โดยมาพร้อมกับเพื่อน ๆ 2-3 คน โดยทราบมาว่าวัยรุ่นสาวดังกล่าวมีปัญหา ทางครอบครัวพ่อแม่แยกทาง แต่เด็กนั้นใฝ่ดี เข้ามาขอรับการฝึกมวยไทย เพื่อหาเลี้ยงชีพ  ต่อมาผู้สื่อข่าวข่าวสดได้เดินทางไปเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยพบกับหัวหน้าค่าย ชื่อ”พี่ใหญ่”ร.ต.องอาจ ศรีทรา ได้พาไปพบกับนักมวยสาววัยรุ่นน่ารักดังกล่าว จากการสอบถามทราบชื่อต่อมาว่าน.ส.รุ่งจิรา หรือน้องนุ่น เขตรักษา อายุ 23 ปี บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 4 ต.ปล้อง อ.เทิง จ.เชียงราย  น้องนุ่นได้โชว์ลีลาการเตะกระสอบทราย และการเข้ารับการฝึกหัดมวยไทยจากนักมวยหญิงรุ่นพี่ ในค่ายสอนเทคนิคและการสอนศิลปมวยไทยให้ โดยน้องนุ่นได้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว และเตะกระสอบราวกับนักมวยอาชีพ ทั้งที่เพิ่งเข้ามาสมัครหัดมวยไทยในค่ายแห่งนี้ไม่ถึงเดือน น้องเริ่มโชว์ความเป็นพรสวรรค์อย่างมาทึ่งมาก ประกอบกับที่มีหน้าตาที่น่ารัก นิสัยดี ทำให้คนในค่ายรักทุกคน  น้องนุ่นเปิดเผยว่า ครอบครัวของตนนั้น พ่อแม่ได้แยกทางกัน ตนนั้นได้อยู่กับแม่ ต่อมาแม่ก็มีสามีใหม่ แม่ของตนมีอาชีพค้าขายไก่สด ไก่สุก แล้วแต่จะไปรับมา ตนนั้นจบการศึกษา ปวส ที่พาณิชย์การเชียงราย ต่อมาก็ได้ไปศึกษาต่อที่ ม.ราชภัฏเชียงราย แต่เรียนได้แค่เทอมเดียวก็ต้องหยุดเรียน เพราะเหตุผลบางประการ จึงได้หางานทำ ตอนแรกก็ไปทำงานที่บิ๊กซี สาขาเชียงราย ทำได้สักพักจึงได้ลาออก  “เพื่อน ๆ ที่อยู่ในค่ายมวยได้ชักชวนให้นุ่นมาฝึกมวยเพื่อหารายได้รูปแบบหนึ่ง และเพื่อเป็นการออกกำลังกายและให้ห่างไกลยาเสพติด และไม่ต้องไปตระเวนกระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ประกอบกับนุ่นนั้นชอบมวยเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว จึงได้ตัดสินมากับเพื่อนที่เชียงใหม่และได้เข้ามาสมัครฝึกมวยที่ค่ายเพชรต้นผึ้งแห่งนี้ทันที และทางเจ้าของค่ายก็ได้ให้นักมวยในค่ายทำการฝึกสอนให้คน เรื่อยมา”น้องนุ่นกล่าว

น้องนุ่นกล่าวว่า สำหรับเรื่องการเรียนนั้น หากมีรายได้มีเงินขึ้นมา ก็จะค่อยศึกษาต่อ ตอนนี้ได้ดร็อปการเรียนไว้แล้ว สำหรับนักมวยที่ชื่อชอบนั้น คือนักมวยชาวฝรั่งเศส ชื่อ “เรโอปิโต หรือ วิกโต เขาหล่อและเก่งดี ตนมักจะติดตามดูเขาตลอด ครูพักรักจำทำนองนั้น ส่วนนักมวยไทยก็ชอบไทรโยค พุ่มพันธม่วง มีมวยถ่ายทอดครั้งใดตนก็จะดู ชอบ เมื่อมีโอกาสได้มาฝึกหัดมวย ก็รีบมาทันที จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด

“ตอนนี้นุ่นก็กินนอนอยู่ที่ค่ายแห่งนี้เลย เย็นก็ซ้อม และในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ทางหนัวหน้าค่ายจะลองให้นุ่นได้ขึ้นชกเวที ที่ข่วงประตูท่าแพดู”นักมวยสาวน่ารักกล่าว

ร.ต.องอาจ ศรีทรา หัวหน้าค่ายเพชรต้นผึ้ง เปิดเผยว่า น้องนุ่นนั้นจู่ ๆก็มาขอสมัครชกมวยไทยหัดมวยไทยที่ค่าย และขออาศัยอยู่กินนอนที่ค่าย น้องเขาเป็นเด็กเรียบร้อย หน้าตาก็ถือว่าอยู่ในขั้นน่ารัก นึกไม่ถึงเลยว่าจะชอบมวยไทย และเท่าที่ดูการฝึกซ้อมการเรียนรู้ของน้องนุ่นถือว่าเรียนรู้ได้เร็วและลีลานั้นดีกว่านักมวยรุ่นพี่หลาย ๆ คนในค่ายเลยทีเดียว ตนคิดว่าจะให้ลองขึ้นเวทีจริงในวันที่ 22 ก.ค.นี้ที่เวทีชั่วคราวข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ ก็ทดลองดู น้องนุ่นเป็นมวยชั้นเชิงดี การออกอาวุธ สวยงามมาก ก็จับตาดูนักมวยหญิงสาวน่ารักคนนี้ต่อไป อนาคตไปไกลแน่

ที่มา>>>ข่าวสด

“ชาตรี”พูดไม่สะท้าน ตั้งใจข่มขืน “ครูอิ๋ว” แต่ขัดขืนเลยฆ่า อ้างจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว(คลิป)

มื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ห้องประชุมเอราวัณ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.ภ.1 นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช. พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตีรโสภณ ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ได้นำตัว นายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 16/2559 พร้อมด้วยของกลาง มีดยาวประมาณ 5-6 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม เสื้อ 1 ตัว โดยกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยพฤติการณ์ในการจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุ จึงเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียดพบว่า เป็นบ้านเช่าชั้นเดียวหันเข้าหากัน จำนวน 10 ห้อง มีรั้วรอบขอบชิดน่าเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเคยรู้จักและอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงได้ตรวจสอบผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าและสถานที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ว่า มีบุคคลใดมีประวัติในการกระทำผิดเกี่ยวกับคดีทรัพย์ เพศ หรือ ยาเสพติด จนในที่สุดตรวจสอบพบว่า นายชาตรี เคยต้องโทษเกี่ยวกับคดีเพศ จึงได้ติดตามตัวมาสอบปากคำ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำแล้วพบว่า นายชาตรี หลังมือข้างซ้ายมีแผล ลักษณะถูกของมีคม และมีรอยฟันกัด ให้ปากคำมีลักษณะเป็นพิรุธ จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจเพื่อมาเก็บ DNA ตรวจสอบ ในที่สุด นายชาตรี ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง พร้อมนำตรวจยึดเสื้อที่สวมใส่วันเกิดเหตุไว้เป็นของกลาง “ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ก่อนเหตุเหตุดื่มเบียร์ไป 1 ขวด ที่ห้องพักตนเองจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ และได้กอดแฟนตัวเองซึ่งเป็นสาวประเภทสองและขอร่วมเพศ แต่แฟนไม่ยอม จึงเดินไปห้องของผู้ตายซึ่งประตูไม่ได้ล็อก จึงเข้าไปเพื่อจะข่มขืน ขณะที่ตนเองพยายามจะข่มขืน ผู้ตายตื่นมา จึงตกใจ ร้องโวยวาย จึงเกิดความกลัวใช้มือปิดปากผู้ตายพร้อมใช้มีดที่วางอยู่ข้างๆตัว ปาดที่คอจนแน่นิ่ง พร้อมกับทิ้งมีดไว้ในห้องที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้กลับห้องตนเอง อาบน้ำเพื่อล้างคราบเลือดที่ติดมากับเสื้อผ้า และพบว่า หลังมือซ้ายมีแผลถูกมีดบาด เลือดยังไหลไม่หยุด จึงนำเสื้อตัวที่ใส่ก่อเหตุมาพันมือ เพื่อห้ามเลือด และกลับไปนอนกับแฟนที่ห้องพักแล้วตื่นเช้าไปทำงานตามปกติ”นอกจากก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว นายชาตรี ยังรับว่า เคยก่อเหตุข่มขืนภรรยาเพื่อนของตนเองเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2556 เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ข้างถนนบ้านเขาซุย ต.ท่าตูม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มาก่อน และต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน พึ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือน ส.ค. 2558

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุน้องอิ๋ว ไม่รับโทรศัพท์ ให้เพื่อนครูเข้ามาตามและเจอศพ หลังจากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนมานั่งทานข้าวกับผู้ตาย 3-4 คน ครูยังทักผู้ต้องหาว่า กินด้วยกันหรือไม่ตามอัธยาศัยดี  ในส่วนของพนักงานสอบสวนพยายามรวบรวมทั้งพยานแวดล้อม หลักฐานต่างๆ เพื่อใช้ในการลงโทษตามที่สมควรจะได้รับโทษ หลังเกิดเหตุได้ระดมร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อจับตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยรวดเร็วที่สุด ด้านนายชาตรี กล่าวว่า เคยนั่งพูดคุยกับผู้ตายอยู่บ้าง ซึ่งเคยรู้จักกับผู้ตายมาเมื่อประมาณ 4-5 เดือน ไม่ได้จีบ แต่ชอบ ที่เกิดเหตุนั้น เห็นประตูไม่ได้ล็อก โดยเปิดประตูไม้ทิ้งไว้ ปิดประตูเหล็กซึ่งจนไม่ได้งัดประตูเข้าไป ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน วันที่ก่อเหตุอยากได้ทรัพย์สิน และอย่างอื่น ซึ่งการข่มขืนนั้น ตนยังกระทำการไม่เสร็จ เพราะผู้ตายดิ้นก่อน และระหว่างก่อเหตุผู้ตายได้กรี๊ดขึ้นมา ส่วนมีดนั้น อยู่ในห้องของผู้ตายเอง ไม่ได้เตรียมมา เมื่อเดินเข้าไปในห้องเดินเตะปลั๊กไฟ ผู้ตายเลยรู้สึกตัว ที่ลงมือก่อเหตุเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ “หลังก่อเหตุไม่ได้หนีไปไหน คิดว่า ทำผิดเลยยอมรับ ส่วนหลังก่อเหตุไม่ได้บอกอะไรแฟน เสื้อที่ถลกขึ้น นายชาตรี กล่าวว่า เป็นเพราะผู้ตายดิ้น เลยหลุดเอง ไม่ทราบว่าผู้ตายมีแฟนอยู่แล้ว ก็เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และขอโทษครอบครัวด้วย”นายชาตรี กล่าว

ที่มา>>ข่าวสด

 

“ผมกับสถานบำบัด” จีโน่ อดีตดาราเด็ก เริ่มบำบัดยาเสพติด เขียนเล่าประสบการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากอดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ ซึ่งเคยเป็นดาราเด็กที่โด่งดังในช่วงวัยเด็ก ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Jino Schutz เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า ติดยาเสพติด และได้เขียนถึงเรื่องราวในวัยเด็ก การอยู่ในสถานะดารา ต้องทำงาน และความกดดันจนทำให้หันไปหายาเสพติด ซึ่งหลังจากนั้น จีโน่ ได้เข้ารับการบำบัดในสถานบำบัด และได้เขียนถึงการอยู่ในสถานบำบัด Part 1. “ผมกับสถานบำบัด”  เรามาคุยเรื่องสถานที่บำบัด คนที่มาบำบัด และค่าใช้จ่ายกันดีกว่า เพราะมีคนถามมาเยอะ ตอนแรกที่ผมเข้ามา ผมนึกว่าจะมีคนติดยาติดเหล้าเหมือนผม แต่จริงๆแล้ว หลากหลายมากจะมีตึกประมาณห้าตึก จะมีสถานีคนที่ป่วยทางจิตแบบธรรมชาติ(คือแต่เกิด) ตึกสำหรับเด็ก เด็กสำหรับวัยรุ่น ตึกสำหรับคนมีอายุ และตึกที่คนไข้มาไวไปไว  และแต่ล่ะตึกจะแบ่งเป็นสถานี ผมอยู่ตึกคนมีอายุ (คือเลยวัยรุ่นไปแล้ว) ตอนที่ผมเข้ามาผมเตรียมตัวเจอคนที่ติดยาเหมือนผม แต่ที่ไหนได้ ทุกคนมีปัญหาแต่งตากกันไป อายุแตกต่างกัน ตั้งแต่ 19 ถึง 54 เราเหมือนสังคมเล็กๆสังคมนึง ที่มีปัญหาต่างกัน

มีคนติดยาแบบผมสี่ห้าคน ที่เหลือมีโดนทำร้ายร่างกายบ้างจากทางบ้าน โดนผัวซ้อม โดนพ่อซ้อม แล้วกลายเป็นคนกลัวคนภายนอก ไม่กล้าเข้าใกล้ใคร อันนี้เพื่อนคนไข้คนนึงที่เข้ามาพร้อมผมหน้าตาช้ำมาเลย และ หลังจากคุยกันสองวัน เธอคือดาราหนังโป๊ เธอมีโรค อานาร๊อกเซียด้วย คือกินน้อย (ถ้าผมเข้าใจผิดแก้ให้ผมด้วย)

บางคนเป็นบูลีมี่ซึ่งผมก็เป็นหลังผมลดน้ำหนัก นี่คือกลุ่มคนที่หลังจากกินต้องล้วงคออ้วกเพราะไม่เคยพอใจกับน้ำหนัก กับ หุ่นตัวเอง เธอกินและอ้วกวันล่ะสามครั้ง เธอหมดเงินกับการกินแต่ก่อน เกือบวันล่ะ 6000พันบาท!!! จนเธอมีหนี้สิน เริ่มขายบริการ เริ่มขายตัว เริ่มไปอยู่ในวังวนปาร์ตี้เซ็ก ที่เธอไม่อยากทำ แต่เพราะเธอต้องการเงิน เพื่อ ที่จะกิน และอ้วก.. คนที่ไม่เป็นจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็น แต่นี่คืออาการทางประสาทอย่างนึง บางวันเธอมานั่งร้องไห้กับผมแล้ว ถามว่าเมื่อำไหร่ชั้นจะหลุดจากวังวนนี้

ตัวผมซึ่งก็เป็น เราจะถามกันทุกวันว่า วันนี้เธออ้วกกี่รอบ กรดในกระเพาะออกมาไหม ซึ่งไม่ใช่การสนทนาที่คนปรกติเข้าใจ เราเลยนัดกันว่าหลังจากกินข้าวเราออกไปเดินเล่นด้วยกันเลยดีกว่า ห้ามเข้าห้องน้ำไปล้วงคออ้วกนะ..คืนแรกที่ผมไปนอน ผมต้องนอนกะคนไข้อีกสองคน ซึ่งเป็นผช (อันนี้แน่นอน) ตอนผมเข้ามาในห้องผมรู้ว่าห้องกลิ่นเหงื่ออับมาก ต้องมีคนติดยาหนักในนี้แน่ๆ เพราะ หมอจะให้ยาแล้วพยายามไล่เหงื่อออก ซึ่งผมเห็นเค้านอนใส่เสื้อโค้ตในซัมเมอร์ ข้างนอก30องศา พอเค้าถอดเสื้อจะอาบน้ำ ผมเห็นรอยข่วนตามตัวเค้า เพราะเค้าอยากยา เลือดไหลออกมา แผลเป็นสะเก็ดบ้าง หรือแผลใหม่บ้าง หน้าซีด…

ส่วนอีกคนที่อยู่ในห้องมีปัญหากับภรรยา ภรรยาไม่ให้พบหน้าลูกและตัวเองเหมือนชีวิตหมดสิ้นทุกอย่าง เพื่อนคนไข้คนอื่นบอกว่าเค้าพยายามฆ่าตัวตายหลายรอบ บางทีตอนกินข้าวเค้าหยิบมีดเพื่อที่จะหั่นข้อมือตัวเอง… พรุ่งนี้ผมจะเล่าอาการคนอื่นๆอีก หลายๆคนอาจถามว่าทำไมถึงไม่เอาคนติดยามาอยู่ด้วยกันหมด… ส่วนตัวผมคิดว่าหมออยากให้เราเห็นปัญหาของคนอื่นด้วย.. จะได้รู้ว่านอกจากปัญหาเราแล้ว มันยังมีปัญหาอื่นอีก และให้ทุกคนเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะเล่าชีวิตความเป็นอยู่ว่าวันๆทำอะไรบ้าง และคนไข้คนอื่นอาการเป็นยังไง ผมจะอัพทุก หนึ่งทุ่มถึงสองทุ่มทุกวันนะครับ.. จีโน่ ชูทส์”

?#?ผู้ที่อยู่ในสถานบำบัดคนนึง? ?#?แชร์ได้แม่ไม่ว่า? ?#?แชรคนที่คุณอยากให้ดีขึ้น?

ที่มา>>>ข่าวสด