ชาวเน็ตชื่นชม! กลุ่มรถยกสูง ช่วยน้ำท่วมที่สกลนคร ถึงคราวจำเป็น แม้รถผิดกฎหมาย

เพจ ยีราฟ ซิ่ง ได้โพสต์ข้อความ “เสร็จนาอย่าฆ่าโคถึก เสร็จศึกอย่าฆ่าขุนพล ถึงเวลาที่พาหนะผิดกฏหมาย ต้องออกไปทำตามใจเรียกร้อง ยีราฟซิ่ง เอาใจช่วยพี่น้องชาวสกลนครทุกท่านครับ” โดยโพสต์รถยกสูง ได้ขึ้นรถบรรทุกเพื่อเดินทางไปช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ จ.สกลนคร ซึ่งมีสิ่งของยังชีพอย่างอาหารและน้ำเปล่าจำนวนมาก จนมีคนมาแสดงความชื่นชมกันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล

ที่มา  ยีราฟ ซิ่ง อ๊อฟชั่นโฟลวิล


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ลุ้นระทึก! วินาทีช่วยเหมียวน้อยติดใต้รถบรรทุกหลังรถแล่นไปแล้ว 80 กม.

เฟซบุ๊กเพจ The Dodo เผยคลิป ลูกแมวตัวหนึ่งติดอยู่ในชิ้นส่วนอุปกรณ์เล็กๆ ใต้รถบรรทุกคันหนึ่ง โดยคนขับขับรถออกไปเป็นระยะทางกว่า 50 ไมล์ หรือประมาณ 80 กิโลเมตร ก่อนจะหยุดเพราะได้ยินเสียงแมวร้องออกมาจากใต้ท้องรถ เมื่อตรวจสอบดูจึงพบแมวตัวดังกล่าวติดอยู่ในอุปกรณ์ใต้รถบรรทุก โดยคนขับใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงในการงัดอุปกรณ์ดังกล่าวออกมาจากใต้ท้องรถ และนำแมวออกมาได้ในที่สุด8589770204888852022075880000577744000088

ที่มา>>>ข่าวสด

ขึ้นป้าย“ระวังตกบ่อปลา”ริมถนน ชาวบ้านสุดทนถนนเป็นหลุมลึกนับปี จยย.ตกไปพลิกคว่ำอื้อ

 เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าถนนก่อนขึ้นสะพานบึงข้ามถนนมอเตอร์เวย์ หมู่ 2 ต.บึง อ.ศรีราชา มีหลุมขนาดใหญ่และลึก มาเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาซ่อมแซม ที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์ รถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ตกไปในหลุมหลายครั้งแล้ว โดยบางรายก็ได้รับบาดเจ็บไปเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ก็ได้รับความเสียหาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นหลุมถูกน้ำกัดเซาะขนาดความกว้างประมาณ 40-50 เซนติเมตร ยาวประมาณ 100-150 เซนติเมตร และลึกกว่า 80-100 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณปากหลุมนี้มีชาวบ้านเขียนป้ายติดไว้ว่า “ระวังตก-บ่อเลี้ยงปลา” เพื่อเตือนให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาระวังการเกิดอุบัติเหตุ หากขับขี่แล้วไม่ทันระมัดระวังก็จะตกหลุมนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่วายก็มีตกลงไปทุกวันเหมือนกัน

นายโกวิทย์ บุญพร้อม เจ้าของร้านขายของชำบริเวณที่มีหลุม เผยว่า บริเวณที่เกิดหลุมดังกล่าวเป็นท่อระบายน้ำ ซึ่งในช่วงแรกเป็นหลุมเล็กเท่านั้น แต่เมื่อเวลาฝนตกน้ำจะไหลมารวมกันและกัดเซาะดินบริเวณใต้พื้น จนกลายเป็นหลุมและโพรงขนาดใหญ่และลึกมาก แถมถนนเส้นนี้ยังเป็นเส้นทางถนนสายยุทธศาสตร์ ที่จะมีการสัญจรของรถผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุทุกวันทั้งบาดเจ็บและรถเสียหาย ถ้าช่วงกลางคืน ซึ่งมืดและไม่มีไฟส่องยิ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้นด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

โชเฟอร์จอดรถเปลี่ยนยางจู่ๆ จยย.เสยท้ายสนั่นหนุ่มเบทาโกรขี่หนีฝนชนดับสยอง

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 7 ก.ค. ร.ต.อ.ศุภชัย กอกัน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.พัฒนาว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก บริเวณทางหลวง 21 ถนนสายลพบุรี-หล่มสัก หลักกิโลเมตรที่ 28-29 หมู่ที่ 3 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม ลพบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร จาก รพ.พัฒนานิคม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูลพบุรี (จุดพัฒนา) รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8-1837 ระยอง จอดอยู่ริมถนน ด้านท้ายรถบรรทุกมีร่องรอยการเฉี่ยวชน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน ขคร608 ลพบุรี สภาพพังเสียหาย เศษชิ้นส่วนรถกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
 ตรวจสอบด้านหน้ารถบรรทุก พบศพนายพงษ์ศักดิ์ แสงทอง อายุ 22 ปี พบบัตรระบุว่า เป็นพนักงานของบริษัท เครือเบทาโกร (บีฟู้ดส์) เสียชีวิตจากแรงกระแทกท้ายรถบรรทุก สอบสวนนายสาคร วิเวกแว่ว อายุ 53 ปี เจ้าของรถบรรทุก ให้การว่า ตนได้เปลี่ยนยางรถที่แตก โดยนำกิ่งไม้บอกสัญญาณเตือนมาวางไว้ด้านท้ายรถ จู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ชนท้ายรถบรรทุกด้านขวาอย่างจัง คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะขับรถจักรยานยนต์เพื่อหนีฝนที่กำลังจะตกหนัก มองไม่เห็นรถบรรทุกที่จอดข้างทาง

ร้อยเวรเจ้าของคดี ควบคุมตัวนายสาครเพื่อไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.พัฒนานิคม และให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.พัฒนานิคม เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รถบรรทุกชนรถไฟ ‘สุพรรณ-กรุงเทพฯ’ ตกรางที่นครปฐมมีเจ็บ 3 ราย

รถไฟขบวน 356 สายสุพรรณฯ-กรุงเทพฯ ถูกรถบรรทุกชนตกรางที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ทำให้รถไฟตกรางไม่สามารถใช้งานได้ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ด้าน การรถไฟจัดรถไฟ สายหนองปลาดุก – นครปฐม และ นครปฐม – บางซื่อ รับผู้โดยสารแทนไปก่อน…

เวลา 05.40 น. เมื่อวันที่ 30 พ.ค.59 ร.ต.อ.บุญชาญ เทียนกัณฑ์เทศน์ พงส. สภ.กำแพงแสน รับแจ้งเหตุ มีรถบรรทุกชนรถไฟ ที่ถนนสายทุ่งบัว-พนมทวน ม.2 ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ใกล้เคียงที่พักสายตรวจทุ่งบัว จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมรถไฟตกราง 1 โบกี้

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 88-9494 นครปฐม โดยมี นายสุชาติ ศรีภูธร ไม่ทราบอายุ เป็นคนขับรถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และผู้โดยสาร 2 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม นำส่งรักษาตัวที่ รพ.กำแพงแสน ขณะที่สภาพรถบรรทุกพุ่งเข้าชนรถไฟสุพรรณบุรี-กทม. โดยเดินทางออกจาก จ. สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 4.20 น. มีผู้โดยสารมาจำนวน 6 คน บริเวณตู้ที่ 1 จากทั้งหมด 3 ตู้ ตกรางแถบขวา ส่วนด้านหน้าของรถบรรทุกพังยับเยินมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย นำส่ง รพ.กำแพงแสนแล้ว

สอบถามเบื้องต้นทราบว่า บริเวณดังกล่าวได้มีการติดป้ายเตือนซ่อมเครื่องกั้นที่ยังใช้งานไม่ได้ และคนขับอาจไม่ชินเส้นทาง และอาจใช้ความเร็ว จึงเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ต้องรอการสอบปากคำเพิ่มจากคนขับรถบรรทุกอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากเหตุขบวน 356 ถูกรถบรรทุกชนตกราง ทำให้การรถไฟฯ ต้องให้รถไฟขบวน 42 หยุดรับผู้โดยสารของรถไฟขบวน 356 จากเส้นทางช่วงหนองปลาดุก-นครปฐม และจัดขบวนพิเศษจากสถานีธนบุรี มารับขบวน 356 ช่วงจากนครปฐม-บางซื่อแทน.

ที่มา>>>Thairath

รถแก๊สชนปิกอัพ พลิกขวางถนน ฉีดน้ำเลี้ยงหวั่นบึม-เร่งกู้

รถบรรทุกแก๊สแอลพีจีชนปิกอัพ ก่อนพลิกขวางถนน เจ็บ 3 เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำเลี้ยงหวั่นระเบิด เนื่องจากอากาศร้อนจัด ประสานรถเครนเร่งกู้พ้นกีดขวาง …

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 16 พ.ค.59 พ.ต.ต.จิรโชติ กันทะเนตร สว.(สอบสวน) สภ.แม่สาย จ.เชียงราย รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุกแก๊สชนรถปิกอัพมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงบายพาสแม่สาย-เชียงแสน ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกก๊าซแอลพีจี ลักษณะเป็นหัวลากพ่วง สีขาว ยี่ห้อ Volvo หมายเลขทะเบียน 71-6881 ชลบุรี บรรทุกแก๊สแอลพีจีมาเต็มคัน ชนกับรถปิกอัพโตโยต้าแค็บสีขาว ทะเบียน ผก 4118 ก่อนพลิกคว่ำขวางเกาะกลางถนน ส่งผลให้ นายพงศกร อยู่สวัสดิ์ อายุ 54 ปี คนขับรถบรรทุก นายวีรัตน์ ยางสันเทียะ อายุ 31 ปี คนขับรถปิกอัพ และ น.ส.พัชรินทร์ คิดข้างบน อายุ 26 ปี นั่งเบาะหน้าคู่กับมากับนายวีรัตน์ ได้รับบาดเจ็บ มีพลเมืองดีนำส่ง รพ.แม่สาย ไปก่อนหน้านี้

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัย ทหาร ฉก.ม.2 ได้ช่วยกันพื้นที่ห่างออกไป 500 เมตร ห้ามรถวิ่งผ่านทั้ง 2 ฝั่ง เพราะเกรงแก๊สจะรั่วไหล และแจ้งรถดับเพลิงจากเทศบาลแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ เทศบาลมิตรภาพรวม 5 คัน มาจอดเตรียมพร้อมบริเวณที่เกิดเหตุต่อมาเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำหล่อความเย็นรถแก๊ส เนื่องจากอากาศเริ่มร้อนจัด เกรงจะเกิดระเบิด ก่อนที่จะประสานนำรถเครนขนาดใหญ่ มาเคลื่อนย้าย รถบรรทุกแก๊สแอลพีจี และรถปิกอัพที่ประสบอุบัติเหตุ ออกจากที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายพงศกร ขับรถบรรทุกแก๊ส 15,000 ลิตร มาจาก จ.นครสวรรค์ มุ่งหน้าจะไปสะพานพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ส่วนนายวีรัตน์ ขับรถปิกอัพจาก อ.แม่สาย มุ่งหน้าจะไป อ.เชียงแสน ถึงที่เกิดเหตุ ได้ชนกันกลางสี่แยกไฟแดง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath