ฆ่าโหดหนุ่มสาว!! รอยลากศพทางยาวโยนใต้สะพานปทุมฯ ทำร้ายสยอง จับมัดไพล่หลัง-ร่างเหวอะ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ร.ต.อ.ธีรเดช สังข์สีแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรม จำนวน 2 ศพ ที่เกิดเหตุบริเวณ ซอกใต้สะพานแก้ว ฝั่งเมืองใหม่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้ง จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อริยะ พันฟักธุ์ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรร.พ.ประชาธิปัตย์201610040849022-20050311150427ที่เกิดเหตุบริเวณใต้สะพานแก้ว พบศพชาย 1 ราย ทราบเพียงชื่อเล่น คือ เอ็ม อายุประมาณ 35-40 ปี มีอาชีพเก็บของเก่าขาย เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สภาพนอนหงายถูกพันธนาการด้วยสายไฟลักษณะถูกมัดมือไพล่หลัง ถูกพันด้วยถุงพลาสติกใส มีร่องรอยเลือดกระเด็นติดอยู่กับราวสะพานและมีรอยลากศพเป็นทางยาว จากการชันสูตรเบื้องต้นมีบาดแผลถูกของมีคมเข้าที่บริเวณหน้าผากจำนวน 1 แผล เป็นแผลยาวถูกตีด้วยของแข็งบริเวณปลายคาง เสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 8 ชม.201610040849023-20050311150427ห่างกันบริเวณคูน้ำหน้าสถาบันธัญญารักษ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นหญิง สภาพศพสวมเสื้อยืดสีม่วง สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อเพียงว่า อ้วน อายุประมาณ 35-40 ปี พักอาศัยอยู่บริเวณย่านสะพานฟ้า ถูกพันธนาการด้วยสายไฟจับมัดมือไพล่หลัง จมอยู่ในน้ำ ลักษณะตะแคงข้าง มีร่องรอยการลากศพเป็นทางยาว จากริมถนนจนหญ้าราบ จากการชันสูตรเบื้องต้นมีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าที่หน้าอก หน้าท้อง ราวนมซ้ายรวม 3 แผล เป็นเหตุให้เสียชีวิตเบื้องต้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 8 ชม.201610040849024-20050311150427ด้านนายสมยศ มีบ่อทรัพย์ อายุ 61 ปี อาชีพหาของเก่า พักอยู่บริเวณใต้สะพานแก้วฝั่งเมืองใหม่ เปิดเผยว่า ค่ำคืนที่ผ่านมา ตนเองและนายเอ็ม ผู้เสียชีวิตได้นั่งดื่มเหล้ากัน จนกระทั่ง 20.00 น. ได้แยกย้ายกันนอน กระทั่งรุ่งเช้ามีวินจยย.มาบอกว่า พบศพผู้เสียชีวิตจึงเดินไปตรวจสอบ ก็พบว่า คือ นายเอ็ม ถูกฆ่าตาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้พยานอีกคนหนึ่งได้ยินเสียงมีคนทะเลาะกันจนเสียงดังกลางดึกประมาณเวลา 03.00 น.201610040849021-20050311150427พล.ต.ต.ถาวร เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนน่าจะมีความรู้จักคุ้นเคยกัน และคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน สาเหตุยังไม่แน่ชัด เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากแย่งขยะ หรือ มาจากยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบพยานแวดล้อม และให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พัทยาโชว์บ้างสายไฟพันยุ่ง หลัง “บิลล์ เกตส์” โพสต์ภาพเมืองไทย

จากกรณีที่ บิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ได้โพสต์ภาพสายไฟระโยงระยางในประเทศไทย และระบุถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของไฟฟ้าในประเทศต่างๆ จนเป็นที่ฮือฮานั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบลักษณะสายไฟฟ้าในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่าบริเวณแยกสุขุมวิท พัทยากลาง เสาไฟฟ้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวมีสายไฟฟ้าระโยงระยางเป็นจำนวนมาก เสาไฟฟ้าบางต้นมีลักษณะเอนเอียงเนื่องจากการรับน้ำหนักของสายไฟข่าวรายงานด้วยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบการที่มีการพาดสายไฟตามเสาไฟฟ้าต่างๆ มารับทราบและช่วยกันหาแนวทางแก้ไขแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันหาทางออกกับหลายภาคส่วนซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่หลังจากเจ้าพ่อไมโครซอฟท์ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงเป็นประเด็นขึ้นเพราะได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ชาวพัทยาจึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับกระแสดังกล่าวด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวซาเล้งแสบ! พาเด็กปีนรั้วโกดังรับเหมาย่านสวนหลวง ขโมยสายไฟ 1000 ม.

โฟร์แมน บ.รับเหมาก่อสร้าง ย่านสวนหลวง ออกไปทำงานนอกสถานที่ กลับมาเจอโกดังถูกงัดกุญแจ สายไฟหายไปกว่า 1,000 เมตร ชาวบ้านเผย หญิงผิวดำขับซาเล้งมาพร้อมเด็ก 3-4 คน ปีนรั้วเข้าไปขโมย

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 พ.ค. 59 นายจรัญ ท่าน้ำ อายุ 36 ปี โฟร์แมนและผู้ดูแล บริษัท แฮนด์ อิน แฮนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ เมเนจเม้นท์ จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ญัตติพงศ์ งูทิพย์ รอง สว.สส.สน.คลองตัน ว่า ถูกคนร้ายขโมยสายไฟฟ้าออกไปจากโกดังของบริษัท เลขที่ 143 ถนนพัฒนาการ ซอย 40 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.แจ้งตร. หลังถูกซาเล้งแสบงัดกุญแจ เข้ามาขโมยสายไฟกว่าพันเมตร เอาไปขาย

นายจรัญ ให้การว่า ปกติจะพักอยู่ที่โกดัง แต่วันนี้ออกไปทำงานข้างนอกพร้อมกับคนงาน จึงไม่มีคนอยู่ โดยโกดังเป็นลักษณะชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ประตูรั้วด้านหน้าสภาพปกติ แต่เมื่อเข้ามาด้านในพบว่าแม่กุญแจประตูของโกดังถูกงัดออก

สอบถามชาวบ้านทราบว่า เห็นผู้หญิงและเด็ก 3-4 คน แอบเข้าไปขนสายไฟไปเต็มซาเล้ง ตรวจสอบเบื้องต้นพบสายไฟฟ้าเบอร์ 2 เบอร์ 4 และเบอร์ 16 ความยาวรวมประมาณ 1,000 เมตร หายไป มูลค่าประมาณ 100,000 บาทหลักฐานหล่นในที่เกิดเหตุ…

ด้าน ร.ต.ท.ญัตติพงศ์ เปิดเผยว่า พยานให้การว่ากลุ่มคนร้ายมากัน 3-4 คน มีผู้หญิงผิวดำอายุ 30-40 ปี มาพร้อมกับเด็กอายุระหว่าง 5-10 ขวบ น่าจะเป็นแม่ลูกกัน ปีนประตูรั้วเข้าไปและใช้ค้อนทุบแม่กุญแจ ก่อนจะลากสายไฟโยนออกมานอกกำแพงที่ติดกับป่าหญ้า นำขึ้นรถซาเล้งหลบหนีไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบค้อนตกในที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และหลังจากนี้จะประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาพยานแวดล้อม ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ฝนถล่มตะกั่วป่าไม่หยุด ต้นสนโค่นทับเสาไฟ ไร้แสงสว่าง น้ำท่วม 30 ซม.

อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พายุฝนกระหน่ำ พัดต้นสนนับ 10 ริมชายหาดแหลมปะการัง ล้มทับเสาไฟฟ้าจนสายไฟขาด ไฟดับวงกว้าง จนท.การไฟฟ้ารุดซ่อมกลางฝน ขณะน้ำในคลองบางม่วง เอ่อท่วมบ้านกว่า 20 หลัง ด้าน นอภ.สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีฝนตกอย่างหนัก โดยที่ชายหาดแหลมปะการัง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า นายมานิต เพียรทอง นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะกั่วป่า เจ้าหน้าที่ อส. เข้าตัดต้นสนกว่า 10 ต้น ที่ล้มทับเสาไฟฟ้าจนสายไฟขาด ส่งผลไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะโรงแรม รีสอร์ต กว่า 5 แห่ง ที่ไม่มีเครื่องปั่นไฟ ต้องตกอยู่ในความมืดนานกว่า 5 ชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะกั่วป่า ต้องระดมช่างเร่งซ่อมแซมท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติก่อนจะถึงช่วงเช้าจนท.กู้ภัย เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน หลังฝนถล่มที่ตะกั่วป่า พังงา น้ำถ่วมผิวจราจร

ส่วนที่ ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า น้ำคลองบางม่วง มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีสีขุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาดอกแดง ไหลลงคลองบางม่วง ระบายลงสู่ทะเล เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมคลองบางม่วง ม.4 ซ.ธารทองใต้ ต.บางม่วง บ้านเรือนกว่า 20 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องขนทรัพย์สินมีค่าไว้ที่ปลอดภัย ขณะที่ อบต.บางม่วง จัดเตรียมเรือท้องแบนเพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากท้องฟ้ายังมืดครึ้ม อาจจะทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันได้

นายอำเภอตะกั่วป่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ อบต.บางม่วง ได้นำเรือท้องแบบเข้าไปให้ชาวบ้านใช้สัญจร พร้อมช่วยเคลื่อนย้ายสิ่งของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว คาดว่าถ้าฝนหยุดตกและน้ำทะเลไม่หนุนสูง สถานการณ์น้ำท่วมก็จะเข้าสู่สภาวะปกติต้นสน นับ10 ต้น หักเพราะฤทธิ์พายุฝน ทับสายไฟฟ้าขาด ทำไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ทางด้าน นายพรเทพ เพชรมีศรี ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่า หลังฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับเสาไฟฟ้าและสายไฟ จนได้รับความเสียหายใน 3 อำเภอ คือ อ.ตะกั่วป่า อ.กะปง และ อ.คุระบุรี กว่า 10 หมู่บ้าน ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ที่หนักสุดคือพื้นที่ชายหาดแหลมปะการัง ต้นสนนับ 10 ต้น ล้มทับเสาไฟฟ้าเสียหาย เจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมเร่งด่วนแล้ว แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากฝนตก พร้อมฝากขออภัยพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้ไฟด้วย.

ที่มา>>>Thairath