แม่ซื้อกับข้าวที่ลูกสาวชอบ หวังนั่งกินด้วยกัน พอเปิดประตูถึงกับทรุด-พบศพลูกผูกคอตาย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27กรกฎาคม   ร.ต.อ.พิศาล พงษ์ผ่าแก้ว รองสว.สอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุ มีคนผูกคอเสียชีวิตในห้องพัก เหตุเกิดที่ห้องแถวไม่มีชื่อ เลขที่ห้อง 89/3 ติดถนนสุขุมวิท ข้างซอย สุขุมวิทพัทยา 33 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งพร้อม มูลนิธิสว่างบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ บริเวณหน้าห้องแถว ตรวจสอบภายในห้องพักพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไทย สวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง กางเกงขาสั้นสีขาว สภาพศพนอนหงาย ใช้สายไฟฟ้า ผูกติดกับราวตากผ้าภายในห้อง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้รื้อคันทรัพย์สินแต่อย่างใด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือนาย น.ส.กนกวรรณ ศรีเปรม อายุ 31 ปี ชาวต.โกรกพระ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์    สอบถาม นางสุวรรณา เนินพลับ อายุ 54 ปี  แม่ของผู้ตาย เล่าว่า ช่วงเช้าตนได้ออกไปทำงาน ที่ร้านขนมจีน  พอช่วงเย็นซื้อกับข้าวที่ลูกสาวชอบ เพื่อจะได้กลับมาถึงห้องพักแล้วกินข้าวพร้อมลูก ปรากฏว่าลูกสาวคิดสั้นผูกคอตายจากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำเอาตนถึงกับเข่าอ่อน

“ก่อนหน้านี้ลูกของตนได้มาอาศัยอยู่กับตนได้สองวัน มักจะบ่นอยู่ประจำว่าเครียด แต่ด้วยสาเหตุอันไดตนก็ไม่ทราบ ทั้งลูกสาวก็มีโรคประจำตัว เป็นเบาหวาน และโรคซึมเศร้า รักษาตัวเป็นเวลานานนับปี  ตนได้แต่พูดปลอบใจไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้นเช่นนี้” นางสุวรรณากล่าว

เบื้องต้น ร.ต.อ.พิศาล พงษ์ผ่าแก้ว รองสว.สอบสวนเจ้าของคดี ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุคาดเครียดจากปัญหาโรครุมเร้าทำให้คิดสั้นผูกคอตายหนีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯไปรักษาที่ รพ.บางละมุง เพื่อให้ญาติให้มาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟคลอกสยองลุงวัย 85 ดับคากองเพลิง เผาวอดร้านขายอุปกรณ์กอล์ฟ 5 คูหา

 เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 6 ก.ค. ร.ต.อ.สมัย ชัยบัวลา พนักงานสอบสวน ทำหน้าที่นายร้อยเวรคดีอาญา สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่ามีเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องแถวอาคารไม้ชั้นเดียวร้านอุดรกอล์ฟ เซอร์วิส ตรงข้ามประตูทางเข้า กองบิน 23 ช่องทางที่ 1 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยเบื้องต้นเพลิงโหมลุกไหม้อย่างหนักลุกลามไปทั่วอาคารไม้ 3 คูหา จึงได้รีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.เอกลักษณ์  บุญแสนเจริญ รอง ผกก.ป.ฯ นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี นายกิตติกร ฑีฆธนานนท์ รองนายก ฯ หน่วยดับเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี นำรถน้ำ 6 คัน รถดับเพลิง 4 คัน เข้าระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถานช่วยอำนวยความสะดวกอยู่รอบๆบริเวณ ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวสร้างด้วยไม้และปูน เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเพลิงจึงลุกโหมไหม้และลุกลามอย่างหนักอย่างรวดเร็ว และพบว่าต้นเพลิงมาจากอาคารไม้ด้านหลังของร้านอุดรกอล์ฟ เซอร์วิส โดยทางเจ้าของร้านและชาวบ้าน ช่วยกันขนเอาอุปกรณ์กอล์ฟในห้องโชว์ด้านหน้าออกมาอย่างทุลักทุเล โดยเบื้องต้นนั้นเพลิงยังลุกลามมาไม่ถึง โดยสามารถเอาอุปกรณ์กอล์ฟราคาแพงออกมาได้ส่วนหนึ่ง กระทั่งเวลาประมาณ 03.10 น. เพลิงจึงสงบ โดยพนักงานดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไปทั่วอาคาร 5 คูหาที่เสียหายหนักโดยมีอาคารติดกันอีก 2 คูหาเสียหายไปด้วยรวม 7 คูหา ค่าเสียหายเบื้องต้นน่าจะมากกว่า 5 ล้านบาท ส่วนสาเหตุยังไม่สรุปแน่ชัด ล่าสุดเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ในตอนเช้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้อีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานและจุดต้นเพลิง ปรากฎว่าพบศพผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายในสภาพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก นอนหงายอยู่ในกองเพลิง บริเวณหลังบ้านจนไม่ทราบว่าเป็นใคร กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบจากพยานและญาติๆ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นคนแก่ที่กำลังป่วย และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในช่วงที่เกิดเพลิงไหม้อย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้กันบริเวณที่เกิดเหตุเอาไว้ เพื่อตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดโดยเฉพาะจุดที่พบศพผู้เสียชีวิต เพื่อหาสาเหตุและเรียกสอบเจ้าของบ้านแต่ละหลังเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ ต่อมาญาติๆยืนยันว่าผู้เสียชีวิตในกองเพลิงคือนายสมจิตร วิมาลา อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 249 ถ.หทาร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยนายสมจิตรป่วยด้วยโรคชราและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะเกิดเพลิงไหม้จึงเสียชีวิตคากองเพลิง

ที่มา>>>ข่าวสด

โหดเกิน!! ฆ่าสยองคืนเดียว 5 ศพ เพื่อนนั่งเฝ้าร่างไร้วิญญาณ-กลิ่นเลือดคละคลุ้ง

 วันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 3 ก.ค. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว.(สอบสวน)สภ.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุแทงกันตาย 2 ศพ ในซอยเพชรนครินทร์ หมู่6 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.ขุนทะเล ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียวติดกันจำนวน 14 ห้อง ห้องที่ 4 เลขที่ 171/25 หมู่ 6 ต. มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ภายในห้องแถว คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด พบศพนายอนุสรณ์ ชูชีพ อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 4 ต.เขาตอก อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ในสภาพนอนหงาย ที่ศีรษะยังสวมหมวกกันน็อกอยู่หน้าประตูทางเข้า มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่หน้าท้อง อกซ้าย ขวา รวม 4 แผล ส่วนอีกรายทราบชื่อ คือ นายณัฐวัฒน์ นุ้ยใหม่ อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 4 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านหลังบ้าน มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่ด้านหลังจำนวนกว่า 20 แผล มีดพกตกอยู่ในตัวบ้านจำนวน 1 เล่ม นอกจากนั้นพบนายแวอัสมาน แวนาแว อายุ 28 ปี อยู่หมู่ 1 ต.แม่คง อ.แว้ง จ.นราธิวาส อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบนายแวอัสมาน อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว สันนิษฐานว่าเป็นคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้เจราจาให้ออกมามอบตัว แต่ไม่ยอม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำลายประตูเข้าไปทำการควบคุมตัว ตรวจสอบภายในห้องพัก และพบผู้ตาย 2 ศพดังกล่าว

จากการสอบสวนนายแวอัสมาน ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายทั้งสองคน ซึ่งเป็นเพื่อนของตนเองจริง เนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 59 เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ตายทั้งสองคนได้มาทวงค่ายาอัลปราโซแลม จำนวน 6,000 บาท จากนายแวอัสมาน โดยนายณัฐวัฒน์ ได้ใช้อาวุธมีดขึ้นมาข่มขู่ นายแวอัสมาน จึงได้แย่งอาวุธมีดและแทงผู้ตายทั้งสองคนจนถึงแก่ความตาย ก่อนจะนั่งอยู่กับศพอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว ตลอดจนเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้ส่งศพชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และสอบสวนนายแวอัสมานอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขุนทะเล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดขึ้นบนถนนในหมู่บ้าน พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ใกล้กับบ้านของนายพนมน้อย พ้นภัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.ท่าทองใหม่ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเหลืองเทา ทะเบียน ขพร 201 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่บนถนน และบริเวณพื้นถนน เต็มไปด้วยกองเลือด มีดพร้าจำนวน 1 เล่มตกอยู่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีได้นำส่งโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ไปก่อนหน้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จำนวน 3 ราย ทราบชื่อคือ นายสุรชาติ โต๊ะหลี อายุ 18 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเข้าที่อกขวา 1 นัด นายวีระยุทธ โต๊ะบาย อายุ 16 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ ถูกยิงที่หน้าอก จำนวน 2 นัด และนายธีระพงศ์ โต๊ะหมัด อายุ 16 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ ถูกยิงเข้าหน้าอกซ้าย 2 นัด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งหน้าร้านน้ำชา เมื่อช่วงเย็น ก่อนแยกย้ายกันไป จนมาเกิดเหตุยิงกันเมื่อสองทุ่ม โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ได้ซ้อนจักรยานยนต์คันดังกล่าว ออกจากบ้านมา ก็มาพบกับผู้ก่อเหตุ ก่อนจะถูกยิงดังกล่าว ทั้งนี้ ได้สอบถามกลุ่มวัยรุ่นทราบว่า ผู้ต้องสงสัย ทราบว่า คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันช่วงเย็นวันเดียวก่อนจะหลบหนีไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี หลังจากเกิดเหตุได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มในการป้องกัน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นยานพาหนะ บุคคล ให้ครอบคลุมพื้นที่โดยจัดชุดปฎิบัติการพิเศษ สนับสนุน และหลังจากนี้ จะได้เรียกประชุมเร่งด่วน เพื่อวิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรมในพื้นที่ ก่อนจะระดมกวาดล้างอาชญากรรมต่อไป ทั้งนี้ได้กำชับทุกสภ. ในท้องที่ในการปฎิบัติการรับแจ้งเหตุเร็วและเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุ และสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในคืนเดียวจำนวน 5 รายนั้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนผู้ต้องหาเหตุแทงกันตายและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุยิง มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด