เปิดใจ”แพท”หลังพ้นมลทินฟอกเงิน บอกน้องเรซซิ่ง..”ต่อไปแม่จะเลี้ยงหนูได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลแล้ว

หลังจากที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง “แพท”ณปภา ตันตระกูล ข้อหาร่วมฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินนั้น ล่าสุดช่วงเที่ยงวันที่ 3 ส.ค. “แพท-ณปภา ตันตระกูล ดาราสาวแม่ลูกอ่อน ให้สัมภาษณ์ Khaosod Entertainment – ข่าวสดบันเทิง ว่า ตอนแรกตนยังไม่ทราบเรื่อง แต่มีนักข่าวโทรมาถามเยอะมาก เมื่อเช้าตนไปทำธุระและไปเยี่ยมสามี (เบนซ์ เรซซิ่ง) ตามปกติ กลับบ้านมาก็ยังคิดอยู่เลยว่าวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องทำอะไร และจะรู้ผลวันนั้นเลยใช่มั้ย

ตอนที่นักข่าวโทร.มาสอบถาม แพทยังบอกเลยว่าข่าวมั่วหรือเปล่า ลองเช็กกันดีๆ ก่อนเพราะเดี๋ยวนี้เว็บไซต์ปลอมมีเยอะ ซึ่งนักข่าวก็บอกว่าไม่ปลอม เพราะเป็นเอกสารจากทางอัยการสูงสุดหรือเอกสารประชาสัมพันธ์ข่าวยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ของปลอม

พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกดีใจว่าแพทจะหลุดเรื่องนี้แล้วจริงๆ ใช่มั้ย หลังจากนั้นจึงได้โทร.ไปสอบถามทนายฯ ว่า ถ้าผลออกมาแบบนี้ แพทต้องทำอย่างไรต่อ ทนายก็บอกว่าอย่างมากสุด ก็แค่ไปถอนเงินประกันคืน

 “ถามว่าโล่งใจและสบายใจขนาดไหน แพทไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ การไปศาลแต่ละครั้งมันเหนื่อยมาก ยังบอกกับตัวเองเลยว่าจะต้องเหนื่อยแบบนี้ไปอีกนานขนาดไหน พอได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกคิดถึงลูกคนแรก ต่อไปนี้แม่จะเลี้ยงหนูได้เต็มที่แล้ว ไม่ต้องกังวลแล้ว”

” ตอนนี้เหลือแค่ของปะป๊าคนเดียว เดี๋ยวมาช่วยกันสองแรงในการให้กำลังใจปะป๊าต่อไป แพทก็ไม่รู้ว่าทุกคนจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่หรือเปล่า ทุกวันที่ไปศาลก็ต้องไปฝากลูกเอาไว้ แล้วก็ต้องมานั่งลุ้นทุกวันว่าตัวเราจะได้รับความเมตตามั้ย เอกสารที่ส่งไปศาลท่านจะเห็นหรือเปล่า”

“ส่วนว่าพอผลออกมาแบบนี้ยิ่งเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองที่พยายามบอกมาตลอดมั้ย คือที่ผ่านมาแพทรู้อยู่แล้วว่าตัวเองทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ถึงพูดตั้งแต่วันแรกว่าขอให้เชื่อมั่นแพท แต่ในส่วนของคนอื่นก็ไม่รู้ว่าเขาจะมองแพทกันยังไง และปล่อยให้เขาตัดสินไป

พอมาถึงจุดนี้แน่นอนว่ามันต้องมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ แง่บวกคือกำลังใจและความยินดีจากคนรอบข้าง ส่วนแง่ลบแพทจะพยายามไม่นึกถึงมันค่ะ สำหรับแพทถือว่ามันดีมากๆ แล้วที่ผลออกมาแบบนี้ แต่ในส่วนคดีของพี่เบนซ์ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ครั้งหน้าที่จะไปเยี่ยมพี่เบนซ์ก็จะนำข่าวดีนี้ไปบอก ว่าแพทไม่โดนสั่งฟ้องแล้ว เขาจะสบายใจไปเปราะหนึ่งค่ะ”ดาราสาวแม่ลูกอ่อนกล่าว

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค Patt Napapa Tantrakul


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สาวรัสเซียโหดกระทืบหน้าแฟนหนุ่ม เพราะไม่ยอมมีเซ็กซ์ในที่สาธารณะ(คลิป)

เว็บไซต์ไลฟ์ลีกเผยแพร่คลิปเหตุการณ์หญิงรัสเซียรายหนึ่งเมาหนักแล้วกำลังพยายามจะมีอะไรกับแฟนหนุ่มกลางที่สาธารณะ แต่เหมือนฝ่ายชายพยายามปฏิเสธ ขณะที่ฝ่ายหญิงไม่ยอม พยายามยั่วยวนสารพัด แต่ฝ่ายชายยังขัดขืน จนสุดท้ายฝ่ายหญิงระเบิดอารมณ์กระทืบหน้าของเขา แถมยังถีบซ้ำเมื่อเขาตัดสินใจลุกหนีออกไปอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มไปดูหนัง”แฟนเดย์”แล้วเตือนคนเล่นมือถือในโรงหนัง สุดท้ายได้”กระสุนปืน”มา 1 นัด

ยุคสมัยนี้อันตรายมากๆ โดยมีการแชร์เรื่องราวของคุณ itCrazy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เขียนกระทู้เรื่อง “เมื่อผมได้ลูกปืนมา 1 ลูกจากการเตือนคนเล่นมือถือในโรงหนัง” โดยบอกว่าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ที่ จ.เชียงใหม่ และได้เตือนผู้ชายคนหนึ่งที่เล่นโทรศัพท์ เนื่องจากแสงรบกวนว่า “ปิดมือถือเถอะครับ” สุดท้ายพบลูกกระสุนวางไว้อยู่yyuyโดยเนื้อหาดังกล่าวระบุว่า แฟนเดย์คืนหนึ่งที่โรงหนังรอบ 2 ทุ่ม 20 ที่เชียงใหม่ ผมซื้อตั๋วแบบโซฟานั่งคู่ กะเอาเอนสบาย ๆ หน่อยเนื่องจากขายาว คู่กรณีมากัน 5 คน (ช่วงนั้นไม่มั่นใจจริง ๆ ว่า 4 หรือ 5 คน, สมมุติว่า 5 คนนะครับ) ชาย 1 ที่เหลือหญิง กลุ่มนี้นั่งแถว A ถัดจากแถวโซฟาที่ผมนั่งอยู่ ซึ่งคนผู้คนที่เกิดปัญหากันนั่งอยู่ตรงกับผมพอดีoduqoih09ophhudw5sj-oช่วงหนังเริ่มผู้หญิงในกลุ่มมียกมือถือมาดู ๆ บ้าง ซึ่งผมก็พอ OK หน่อยเพราะอย่างน้อยก็หรี่แสงหน้าจอ ถึงมันจะเห็นก็เถอะ อีกพักนึงทางฝั่งผู้ชายก็ยกมือถือมาเล่นบ้าง ซึ่งคราวนี้แสงมาเต็ม ๆ

ผมจึงพูดเบา ๆ พอได้ยินไปว่า “ปิดมือถือเถอะครับ” ผมอาจจะเป็นคนเสียงแข็ง ๆ หน่อย (มั้ง) แต่พยายามลากเสียงให้พอรู้ว่าเป็นเชิงขอร้อง ผู้ชายคนที่ว่า ปิดจอทันที, ผมก็ไม่ได้อะไร ดูหนังต่อไป

ซักแป๊ปนึง ผู้ชายคนนั้นได้ลุกขึ้นยืน จัดหมวก และเดินออกไปข้างนอกโรงพร้อมผู้หญิงอีก 2 คน (คนที่เล่นมือถือ) ถึงผมจะเริ่มหงุดหงิดบ้างว่า จะออกไปของนอกก็ลุกออกไป ยังจะมาทำเป็นจัดหมวกให้เข้าที่ เข้าทางก่อนแล้วเดินไปแบบ เก๋า ๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าคงเป็นที่บุคลิกของแต่ละคนจริง ๆ

ซักพักทั้ง 3 คนกับมานั่งที่ได้ไม่นาน ผู้ชายที่ว่าก็หันมามองด้านหลัง (มองผมนั่นแหล่ะ) ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร หันมาอีกทีคราวนี้ยืนขึ้นเอามือเท้าเบาะแล้วก้มมามองหน้าผม
ผมเลยถามไปว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ทางนั้นถามกลับมาทันที “เมิ่งนั่นแหล่ะ มีอะไรกับกรู”

อ้าว…….

จากนั้นก็เริ่มมีการต่อปากต่อคำเกิดขึ้น ผู้ชายคนนั้นยืนพูดเสียงดังในโรงหนัง (ที่ตัวเองนั่งอยู่) พร้อมท้าให้ผมไปข้างนอก
หนึ่งในผู้หญิงที่มาด้วย พูดเชิงห้ามว่า”พี่อย่าไปยุ่งกับเค้าเลย, ปล่อย ๆ เค้าไปเถอะ”

ผมก็พยายามเงียบ ๆ ไปทำเป็นไม่สนใจแต่ทางโน้น ไม่จบ เดินออกมาตามผมถึงที่นั่ง พร้อมท้าให้ผมออกไปเคลียรนอกโรง

ผมตัดบทไปว่า “คุณจะออกไป ก็ออกไป ผมจะดูหนัง ค่าตั๋วมันแพง”

เท่านั้นแหล่ะ ทางโน้นก็พูดออกมาว่าที่นั่งตัวเองราคาถูกกว่าก็จริง แต่มั่นใจว่าเค้ามีเงินมากกว่าผมแน่นอน พร้อมทั้งควักเงินซึ่งน่าจะเป็นแบงค์ร้อย 1 ปึกพร้อมมัดหนังสติ๊กเรียบร้อย

ผมก็ยิ่งงง ๆ ไปใหญ่
(อะไรของเอ็งวะ)

จากนั้นก็ทำท่าจะขู่ ๆ ด้วยการควัก ๆ อะไรซักอย่างที่ข้างเอว ไม่ต้องเดาว่าอะไร แต่จะมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ผมก็เลยบอกไปเลยว่า “จะควักก็ควักออกมาเลย ไม่ต้องมาทำเป็นขู่” (ตอนนั้นผมนั่งอยู่ที่โซฟาตามปกติ ผู้ชายคนนั้นยืนข้าง ๆ ที่นั่ง)

เค้าไม่ควักสิ่งที่คิดว่าเป็นปืน แต่ล้วงกระเป๋าควักอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งมีเสียงกรุ๊งกริ๊ง ๆ ประมาณเหรียญบาทเยอะ ๆ

ผู้หญิงคนที่พยายามพูดก็พูดเหมือนเดิม “พี่อย่าไปยุ่งอะไรกับเค้าเลย”

ผมเลยพูดกลับไปว่า”ผมก็พยายามไม่ยุ่ง แต่คุณดูคนของตัวเองด้วยสิครับ”

พูดมาอีกที
“พี่อย่าไปยุ่งอะไรกับเค้าเลย….. พี่สู้เค้าไม่ได้หรอก”

เอ๊า !!!

ผมบอกปัด ๆ ไปเหมือนเดิม
คุณไปรอนอกโรงไป เดี๋ยวผมดูหนังเสร็จผมจะออกไป

ผู้ชายที่ว่าก็เดินจากไป แต่ยืนท้าทายอยู่ที่ริมทางเดิน (ในโรง)
แฟนผมที่ก็พยายามดึงมือไว้ ให้ผมนั่ง
ทางโน้นก็พูดท้าทายอยู่ตลอด

รวมทั้งผู้หญิงคนที่เหมือนจะพูดห้าม เริ่มมีอะไรออกมามากขึ้น
ประมาณว่า ผมทำอะไรผิดไป
จับความได้ว่า เค้าบอกว่าผมนั่งแล้วยื่นเท้าไปโดนหัวเค้า
ผมบอกทันที ไม่มีโดนนะครับ ผมนั่งไขว่ห้างแล้วปล่อยตัวไหล
แต่ทิ้งห่างจากจากเบาะเค้าพอสมควรแนะนอน
(นึกสภาพ ถ้าโดนผมว่าเค้าโวยวายกว่านี้แล้วล่ะ)

ทางคู่กรณีทั้ง 5 คนค่อย ๆ ทยอยกันเดินออกจากโรง แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เดินออกไป ยังยืนท้าท้ายอยู่ที่เดิม
รวมทั้ง “พี่สู้เค้าไม่ได้หรอก”

ปัญหาไม่ได้อยู่ตรง สู้ได้หรือไม่ได้ แต่ไม่งั้นมันไม่จบ

ผมเลยเดินออกไปหน้าโรง ยืนดาหน้ากัน 2 คน
“ว่าไงครับ ตกลงยังไงแน่ บลา ๆ ๆ”
“ทางโน้นก็ จะเอายังไง ๆ อยู่นั้นแหล่ะ”

เด็กหน้าโรงก็ยืนมองแบบ เอาแล้ว ๆ ได้มีฟัดกันแน่ ๆ
แต่ไม่มีใครเข้ามาห้าม ผมเลยพูดออกไปว่า
“น้องโทรแจ้งตำรวจด้วย”

ระหว่างทางผู้หญิงคนที่ว่าก็พยายามพูดเพื่อสื่อสารให้รู้ว่าผมนี่มันเลวมาก
แต่ไม่ได้พูดเรื่องเท้าเลย

ผมจับทางได้ประมาณนึงเลยบอกไปว่า

“จริง ๆ แล้วผมว่าคุณเคืองผมเรื่องผมบอกให้ปิดมือถือมากกว่าหรือเปล่า”

แค่นั้นแหล่ะครับ
ตัวผู้หญิงพูดออกมาเลย

ก็เค้ามีธุระ เค้าก็ต้องหยิบมาดู มาโทร
ถ้าเป็นคุณ คุณจะหยิบมาดูหรือเปล่า
… ผมปิดเสียง

ถ้ามีสายเข้าคุณก็รับ
…. ผมไปรับข้างนอก

ตัวผู้ชายก็พูดออกมาเลยว่า
เมิ่งน่ะมันเรื่องมาก

ผมไม่ตอบโต้อะไรมากแล้ว
เพราะเริ่มปัญญาอ่อนกันแล้ว ก็เลยตัดบทไปว่า
ไปเหอะ จะกลับก็กลับไป ผมจะเข้าไปดูหนัง

ทางฝั่งโน้นก็ดึง ๆ กันออกไป แค่พ้นมุมเลี้ยว กำลังจะออกหน้าโรง
เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนึงก็ถือ วอเดินมา ถามเด็ก ๆ หน้าโรงว่า
ไหน ๆ คนไหน
เด็กหน้าโรงก็บอกว่า เค้าไปแล้ว ก็มีถามคนไหน อ๋อคนที่เพิ่งออกไปเหรอ บลา ๆ ๆ
แต่ไม่ได้มาพูดอะไรกับผมเลย

ผมก็กลับเข้าโรงไปดูหนังต่อ ถึงตอนที่อยู่ในมินิมาร์ท ช่วงไต่ไปอีกฝั่งตึก world trade

พอเอื้อมมือไปหยิบน้ำกิน ถึงได้รู้ว่า
มีลูกปืนวางอยู่นัดนึง พอให้เก็บเป็นที่ระลึก

ท่าทางผู้ชายคนนั้นล่ำ ๆ เตี้ย ๆ ท่วม ๆ หน่อย
มีตราอะไรบางอย่างที่เสื้อ (จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้)
เหมือนจะพยายามโชว์พอสมควร

…. เข็ดมั้ย
ไม่เข็ดครับ สำหรับผมไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องเข็ด

เอาจริง ๆ ถ้าควักปืน (ถ้ามี) ออกมาจริง ๆ ผมแจ้งความจับทันทีเลย
เล่าให้เพื่อนฟัง มันบอกว่า จริง ๆ แค่ลูกกระสุนแล้วทำท่าท้าทายแบบนั้น ก็แจ้งจับได้แล้ว

…. เออว่ะ ไม่ได้นึก

ที่มา>>>ข่าวสด